สาวสวยปรี๊ดแตก!! หลังไปซื้อทุเรียน บอกแม่ค้าเอาเละๆ แต่กลับเจอทำแบบนี้ใส่ ถึงกับลั่น!! แม่ค้าทำแรงไปป่ะ

เป็นคลิปที่ชาวเน็ตแห่แชร์กันเป็นจำนวนมาก สำหรับคลิปสาวสวยคนนี้ซึ่งเธอไปซื้อทุเรียนแล้วบอกแม่ค้าเอาเละๆ งานนี้เจ๊จัดให้เต็มๆเลยจ้า เละพอไหม? ไม่รู้จะสงสารหรือฮานี้ งานนี้ชาวเน็ตถึงกับฮากันทั้งโซเชียล

เละพอไหม

ชมคลิป

Posted by Kanokrat Horawetchakul on Sunday, April 29, 2018

ขอบคุณที่มา หมวย โซฮอท

ระทึก!! รถตู้โดยสารชนท้ายรถบรรทุกมีผู้เสียชีวิต ก่อนเห็นสภาพข้างใน สะเทือนใจกันทั้งถนน!!

เวลา 05.00 น. วันที่ 30 เม.ย.61 ร.ต.อ.นิวัฒน์ เสี่ยงสาย รอง สว.สส. สภ.เมือง จ.นครปฐม รับแจ้งรถตู้โดยสารไม่ประจำทาง ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอน ทะเบียน นข 5203 สกลนคร ชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์ 18 ล้อ ทะเบียน 71 – 9146 นครปฐม มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนเพชรเกษม ช่องทางด่วน มุ่งหน้า จ.ราชบุรี ก่อนถึงแยกทุ่งพระเมรุ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมมูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ ที่เกิดเหตุพบรถตู้ สภาพด้านหน้าฝั่งผู้โดยสารพังยับ หลังคาเปิดออก ภายในพบผู้ขับขี่ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายใน เบาะข้างๆ มีผู้โดยสารเสียชีวิตอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงช่วยเหลือนำผู้ขับขี่ส่ง รพ.นครปฐม แพทย์รีบนำเข้าห้องฉุกเฉินให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ส่วนผู้เสียชีวิตออกมา ตรวจสอบทราบชื่อนางหนูเพียร มุงคุณ อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 117 ม.6 ต.ขมิ้น อ.เมืองสกลนคร จ.สกลนคร

จากการสอบถามผู้พบเห็นเหตุการณ์ทราบว่า รถบรรทุกวิ่งอยู่ในเลนซ้ายสุด และไม่ได้ใช้ความเร็วมาก ส่วนรถตู้ จู่ๆก็วิ่งเข้ามาชนท้ายรถเทรนเลอร์ เสียงดังสนั่น รถเทรนเลอร์จึงชะลอจอดริมถนน ชาวบ้านข้างทางรีบวิ่งออกมาช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้นสันนิษฐาน ผู้ขับขี่รถตู้อาจหลับใน จึงชนท้ายรถเทรนเลอร์เข้าอย่างแรง โดยไม่มีรอยเบรค ทั้งนี้จะต้องรอสอบสวนผู้ขับขี่อีกครั้ง

ภาพเหตุการณ์

เรียบเรียง ทีมข่าวสยามนิวส์ จ.นครปฐม

เงินมาจากไหน!! หนุ่มสุดอึ้ง เจอเงินปริศนาเข้าบัญชีกว่า 5 แสน ก่อนได้รับโทรศัพท์ถึงรู้ความจริง หนึ่งในล้านชัดๆ!!

เรียกได้ว่าใจงามและมีความซื่อตรงสุดๆ เมื่อ นายกิตติศักดิ์ สุวภา อายุ 34 ปี เจ้าของร้านโทรศัพท์ ได้นำเงินจำนวน 523,500 บาท มาส่งมอบให้กับนางสาววรรณา ปัญญาพิจัย อายุ 54 ปี เจ้าของเงินจำนวนดังกล่าวต่อหน้า ร.ต.อ. ธนเทพ สุวรรณ รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองชุมพร โดยมีนางชุติมา สถิตวงศ์ ผู้จัดการธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขา Ocean Shopping Mall ร่วมเป็นพยาน

โดยนายกิตติศักดิ์ เล่าว่า เมื่อช่วงสายของวันนี้ ทางธนาคารกรุงศรีฯ โทรศัพท์มาและแจ้งว่าได้โอนเงินจำนวน 523,500 บาท ของลูกค้าเข้าผิดบัญชี ตนจึงได้ไปตรวจสอบพบว่ามีเงินดังกล่าวเข้ามาจริง ตนจึงได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่ธนาคารมารับเงินจำนวนดังกล่าวต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยให้นำเอกสารหลักฐานการโอนและเจ้าของเงินดังกล่าวมาด้วยเพื่อความชัดเจนและโปร่งใสต่อกันและกัน

 

ขณะที่ทางด้าน นางชุติมา ผู้จัดการธ.กรุงศรี กล่าวว่า เมื่อวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา นางสาววรรณา ได้โอนเงินให้กับนายกิตติศักดิ์ นิสภา แต่เจ้าหน้าที่เกิดคีย์ชื่อผิด เป็นนายกิตติศักดิ์ สุวภา เมื่อทราบว่ามีการโอนผิดจึงติดต่อทางกิตติศักดิ์ ให้ช่วยคืนเงินให้ พร้อมกล่าวขอโทษในการทำงานที่ผิดพลาด เหตุเพราะชื่อเหมือน-นามสกุลคล้าย จึงเกิดความสะเพร่า และขอชื่นชมนายกิตติศักที่แสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ความร่วมมือเต็มที่.

Advertisement

หนุ่มใจกล้าขึ้นเต้นคั่วกลุ่มสาวแดนเซอร์บนเวที กำลังเคลิ้มได้ที่ แต่สุดท้ายดันพีคตอนจบ งานนี้เจอของจริง เข็ดไปอีกนาน!! (มีคลิป)

เรียกเป็นเรื่องราวอุทาหรณ์ของคุณหนุ่มๆเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะบรรดาพ่อบ้านใจกล้าทั้งหลายยิ่งต้องระวังให้ดี  กับภาพเหตุการณ์ในคลิปวีดีโอต่อไปนี้ ซึ่งถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2561 ที่ผ่านมา โดยสมาชิกเฟซบุ๊กที่้ใช้ชื่อว่า Kom Mix KI Oishi ที่ได้มีการเผยคลิปภาพบรรยากาศความสนุกสนานของชายหนุ่มรายหนึ่ง ที่ดูคล้ายอยู่ในอาการกึ่มๆ แถมมีความใจกล้าเดินมุ่งหน้าขึ้นเวที เพื่อไปโยกคลอเคลียอยู่กับแดนเซอร์สาวสวยรายหนึ่ง ก่อนที่จะมีกลุ่มแดนเซอร์สาวๆอีกจำนวนหนึ่งตามเข้ามาสมทบ พร้อมร่วมเต้นคลอเคลียด้วยอย่างสนุกสนาน

ที่บรรยากาศดูคล้ายว่ากำลังจะไปได้สวยอยู่แล้ว แต่ทันใดนั้นเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้บังเกิด เมื่ออยู่ๆที่เบื้องล่างของเวทีได้ปรากฏภาพของหญิงสาวรายหนึ่ง ที่การปรากฏตัวของเธอคล้ายระเบิดเวลาขนาดย่อมเลยทีเดียว เพราะเธอมาแบบไม่พูดพร่ำทำเพลง พร้อมปฏิบัติหน้าที่ของภรรยาอย่างรวดเร็ว ที่บอกเลยว่าเหตุการณ์นี้คือจุดจบของพ่อบ้านใจกล้าของจริง!

มีคลิป

Posted by Kom Mix KI Oishi on Saturday, April 28, 2018

Posted by Kom Mix KI Oishi on Saturday, April 28, 2018

ขอบคุณ Kom Mix KI Oishi

คุณพ่อนั่งเล่นอยู่ดีๆ จู่ๆตาดีแอบไปเห็นลูกสาวทำสิ่งต้องห้าม เลยถ่ายคลิปไว้เพื่อเป็นหลักฐานเอาผิด แต่สุดท้ายกลับต้องเงิบหนัก (มีคลิป)

เมื่อเร็วๆนี้มีคุณพ่อชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งแอบถ่ายคลิปลูกสาวขณะแอบทำบางอย่างที่คุณแม่ไม่อนุญาต ทำเอาคุณพ่อคนนี้อดหัวเราะแทบไม่ไหว เมื่อถ่ายเสร็จก็โพสต์คลิปนี้ลงทวิตเตอร์ของตนเอง ที่ใช้ชื่อว่า twitter@da62ncp30

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อลูกสาวโดนสั่งห้ามกินขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย เพราะดูจากรูปร่างก็น่าจะเดาออกว่าแกกินเก่งมากแค่ไหน? แต่ทำอย่างไงได้เด็กน้อยก็คือเด็กน้อย ไม่สามารถที่จะห้ามใจตนเองไม่ให้อยากกินขนมเหล่านี้ได้ ก็มันล่อหน้าล่อใจซะขนาดนั้น!!

ทำให้ลูกสาวตัวน้อยแอบเอาขนมใส่ไว้ใต้ผ้าห่มเพื่อปกปิดไม่ให้คุณแม่เห็น แต่มีเรื่องจะหลบสายตาของคุณพ่อไปได้ ทันทีที่เห็นเหตุการณ์นี้ คุณพ่อก็รีบคว้ามือถือถ่ายคลิปแสนน่ารักของลูกสาวทันที

โดยลูกสาวค่อยๆเปิดผ้าห่มออก จากนั้นก็หยิบขนมมากิน โดยที่คอยระวังคุณแม่ที่นั่งอยู่ด้านหลังด้วย เมื่อกินเสร็จก็รีบยัดใส่ใต้ผ้าห่มเหมือนเดิม

แต่เธอลืมมองมาทางด้านหน้า เพราะคุณพ่อของเธอเห็นพฤติกรรมทั้งหมดแล้ว

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตหัวเราะกระจายและพากันคอมเม้นสนั่นว่า

“คุณพ่อตาดีมาก”

“เป็นคลิปที่น่ารักมาก เด็กในคลิปก็น่ารักเช่นกัน”

“เป็นอีกคลิปที่ทำให้คนดูอดยิ้มไม่ได้”

มีคลิป

#以為藏得天衣無縫的她

爸爸偷偷拍下她的 #罪證太明顯了啦!-影片來源:twitter@da62ncp30

Posted by 媽報 Mami News on Thursday, March 29, 2018

ขอบคุณ 媽報 Mami News

ครึ่งประเทศไม่เคยรู้!! 8 ดาราชื่อดังที่เป็น ตำรวจ-ทหาร ยศระดับสูง ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน มีใครบ้างมาดูกัน!!

กลับมาพบกันอีกเช่นเคย วันนี้เราจะพาเพื่อนไปดู เหล่าด่าราที่นอกจากความสวย หล่อ ความสามารถทางด้านการแสดงที่ได้เห็นผ่านจากหน้าจอทีวี เหล่าดารานักแสดงต่อไปนี้เขายังมีมุมที่หลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยรู้ นั่นก็คือบทบาทในด้านการเรียน เกี่ยวกับ ทหาร ตำรวจ บางคนไม่ธรรมดา มียศเป็นถึง ร้อยเอก พันตรี พันโท กันเลยทีเดียว!!

1. เมย์ พิชญ์นาฏ

เรียนจบหลักสูตร บพส.(หลักสูตรนักบริหารยุคใหม่เพื่องานพิทักษ์สันติราษฎร์) ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ซึ่งหลักสูตรนี้ไม่ได้เป็นตำรวจโดยตรง แต่สามารถเป็นอาสาสมัครช่วยเหลืองานตำรวจได้

2.วีเจจ๋า

ก็เช่นกัน สมัครเรียนหลักสูตร นักบริหารรุ่นใหม่ เพื่องานพิทักษ์สันติราษฎร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 4 เรียนเหมือนสาวเมย์ แต่สาวเมย์ได้สมัครเรียนก่อนจึงถือว่าเป็นรุ่นพี่ นอกจากนี้วีเจเจ๋ายังได้รับการติดดาวพิเศษ 2 ดวง คือ ดาวขวัญใจรุ่น และ ดาวทดสอบร่างกาย ปัจจุบันวีเจจ๋าเรียนจบทั้งด้าน ปริญญาโทยุโรปศึกษา (European Studies) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำเร็จปริญญาเอก สาขารัฐศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นด๊อกเตอร์จ๋าสาวสวยคนเก่งของวงการบันเทิง

3. พันตำรวจโท จตุรวิทย์ คชน่วม หรือ เทน

แฟนๆ ละครคุ้นหน้าตากันดี สำหรับพันโทเท็ม ชอบรับบทตำรวจอยู่บ่อยๆ จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่นที่ 53 (นรต.53) และปริญญาโทจาก ภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

4. ร้อยเอก มิ๊กซ์-บรมวุฒิ หิรัญยัตฐิติ

การศึกษา ปริญญาตรี จากคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยรังสิต ปริญญาโท จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง นอกจากนี้ มิค บรมวุฒิ ยังรับราชการทหารในยศร้อยเอกอีกด้วย

5.พันโทวันชนะ สวัสดี

จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนวิสุทธรังษี จบการศึกษาจากโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 34 ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (วิศวกรรมอุตสาหการ ) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) รุ่นที่ 45 และสำเร็จการศึกษาปริญญาโทคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก ปัจจุบันได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

6. ร.ต.ท.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ หรือ ผู้หมวดปุย

นักร้องนำในวง Madagaska 11 Circle วงดนตรีแนวเรกเก้สกา อีกทั้งยังเคยเป็น”พระเอกมิวสิควีดีโอ” และ “หนุ่มคลีโอ” ถึงจะทำงานในวงการบันเทิง แต่เขาก็แบ่งเวลาได้ดี หลังจากเลิกงานตำรวจแล้ว เขาจึงจะสวมบทบาทนักดนตรีหนุ่ม นั่งเล่นดนตรีตามผับ ตามบาร์ หรือตามอีเวนท์ต่างๆ กับเพื่อนๆ ในวง เสร็จงานกว่าจะถึงบ้านก็เที่ยงคืน ตีหนึ่ง แต่ก็ตื่นแต่เช้ามาเข้าเวรต่อในช่วง 6 โมง

“พี่มีมี่-น้องบี”โชว์บ้านหลังใหม่ ก่อนเข้ากรุง-ผ่าตัดศัลยกรรมที่รพ.จุฬาฯ (คลิป)

จากกรณีกระแสดราม่าของน.ส.ภัสสรา อบนาค หรือน้องบี อายุ 23 ปี ชาว จ.สงขลา แฟนสาวสวยลูกติด 1 คนของนายนายบุญมี ขันทอง อายุ 37 ปี หรือ”มีมี่”หนุ่ม ผู้ที่มีปานบริเวณแก้มที่ริมฝีปาก ไปจนถึงบริเวณลำคอ อยู่บ้านเลขที่ 52 บ.หนองเทพใหญ่ ต.ณรงค์ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ที่กำลังโด่งในโลกโซเชี่ยลอยู่ในขณะนี้เพราะอดีตสามีมีการโพสต์ข้อความโจมตีถึงความรักของทั้งคู่จนเป็นข่าวดังเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา

ล่าสุดวันนี้ (29 เม.ย.61) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 52 บ.หนองเทพใหญ่ ต.ณรงค์ อ.ศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านของนายบุญมี หรือพี่มีมี่ เพื่อติดตามความคืบหน้า ถึงการให้ความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญทั่วประเทศที่โอนเงินมาช่วยเหลือครอบครัวของพี่มีมี่ ซึ่งพบว่ามียอดเงินบริจาคช่วยแล้วประมาณ 1.3 แสนบาท ขณะที่พี่มีมี่และน้องบีได้ตัดสินใจ นำเงินที่ประชาชนบริจาคมาบางส่วน ในการการสร้างบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆเพื่อไว้เป็นที่พักอาศัย ซึ่งเพิ่งขึ้นเสาและเชื่อมต่อเหล็กโครงหลังคาเท่านั้น โดยยังไม่รีบเร่งสร้างให้เสร็จ เพราะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมาก หลังจากนี้จะไปทำงานเพื่อเก็บเงินนำกลับมาสร้างต่อเติมอย่างค่อยๆเป็นค่อยๆไป และจะเก็บเงินที่เหลือในการดำเนินชีวิตของครอบครัวอย่างคุ้มค่าที่สุด

นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่อง คือในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันนี้ พี่มีมี่และน้องบีจะขึ้นรถตู้โดยสาร เพื่อเดินทางไปตรวจปานใบหน้าและปากที่รพ.จุฬาฯ เพื่อประเมินก่อนการผ่าตัด เนื่องจากเวลาที่พี่มีมี่รับประทานอาหารและน้ำ มักจะหกและต้องใช้มือดันปิดริมฝีปากล่างให้ขึ้นไปปิด ก่อนจะเคี้ยวอาหารทุกครั้ง ซึ่งหากการผ่าตัดสำเร็จ จะสามารถช่วยให้การดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการรับประทานอาหารของพี่มีมี่ จะเป็นไปอย่างปกติเหมือนคนทั่วไป โดยการผ่าตัดรักษาของ รพ.จุฬาฯดังกล่าว แพทย์ที่ทำการผ่าตัดไม่ขอเปิดเผยชื่อ และเป็นการผ่าตัดรักษาให้ฟรี จากการประสานงานของเพจเฟสบุ๊คดังที่ชื่อ”บิ๊กเกรียน”ในการช่วยเหลือประสานงานเรื่องการผ่าตัดในครั้งนี้

นายบุญมีกล่าวว่า ตนและภรรยา ต้องขอบคุณผู้ใจบุญจากทั่วประเทศที่โอนเงินช่วยเหลือ ต้องขอบคุณอย่างยิ่ง ตนจะใช้เงินอย่างคุ้มค่าที่สุด นอกจากนี้เงินบางส่วนจะนำมาสร้างบ้านหลังเล็กไว้ให้ครอบครัวได้อยู่ โดยจะค่อยๆสร้าง และจะไปทำงานเก็บเงินมาสร้างต่อเติมบ้านอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนน้องบี ก็จะช่วยพี่สาวตนเอง ขายส้มตำ ซึ่งกำลังหาทำเลร้านแห่งใหม่ในพื้นที่ กทม. เพราะจะย้ายมาจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

น.ส.ภัสสรา หรือน้องบี กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณเพจบิ๊กเกรียนอย่างยิ่งที่ช่วยเหลือประสานงานกับ รพ.จุฬาฯให้พี่มีมี่ได้เข้าไปผ่าตัด ซึ่งจะเดินทางเย็นนี้ เวลา 19.00 น. โดยหมอนัดตรวจพรุ่งนี้ (30 เม.ย.61) ก่อนผ่าตัด และจะเดินทางกลับมาบ้านก่อน เพื่อรอแพทย์นัดหมายอีกครั้ง ซึ่งเป็นการผ่าตัดรักษาฟรี พร้อมค่าอาหาร ค่าเดินทาง และหาที่พักให้ และต้องขอขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่โอนเงินช่วยเหลือในครั้งนี้ เท่านี้ก็เพียงพอสำหรับครอบครัวของตนเองแล้ว ส่วนเรื่องเก่าจะไม่ขอพูดถึงอีก

ต้องหามาปลูกติดบ้านไว้แล้ว! “หนานเฉาเหว่ย”สมุนไพรโบราณ สรรพคุณเพียบ ขนาดมะเร็งยังกลัว!

ไม้ต้นนี้ มีถิ่นกำเนิดจากประเทศจีน ถูกนำเข้ามาปลูกและขยายพันธุ์ในประเทศไทยนานหลายปีแล้ว นิยมปลูกเฉพาะตามสวนสมุนไพรจีนและสวนสมุนไพรไทยเพื่อใช้ประโยชน์เป็นยา โดยใบสดของ “หนานเฉาเหว่ย” มีรสขมจัด เมื่อเคี้ยวกินสดตอนแรกจะขมในปากมาก แต่พอกินไปได้สักพักจะรู้สึกว่ามีรสหวานในปากและลำคอ ซึ่งใบสดดังกล่าวตำรายาจีนระบุว่า สามารถช่วยลดเบาหวาน แก้อาการของโรคเกาต์และลดความดันโลหิตสูงได้ มีวิธีกินแบบง่ายๆคือ เอาใบสด 5-7 ใบ ต้มกับน้ำจนเดือด แล้วดื่มครั้งละ 1 ถ้วยกาแฟ วันละ 2 เวลา ก่อนอาหารเช้าเย็น จะสังเกตได้ว่าประมาณ 1 อาทิตย์ อาการที่เป็นจะดีขึ้น จากนั้นต้มดื่มบ้างหยุดบ้าง เพื่อควบคุมอาการ

ส่วน ใครที่มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย หรือปวดตามข้อเพราะทำงานหนักต้องเดินหรือยืนเป็นเวลานานๆ ไม่ใช่ปวดที่เกิดจากกระดูกเสื่อม ให้เอาใบสดของ “หนานเฉาเหว่ย” 1-2 ใบ ล้างน้ำให้สะอาดแล้วเคี้ยวกินได้เลย วันละครั้ง ประ– มาณ 1 อาทิตย์ อาการปวดเมื่อยจะดีขึ้น จากนั้นเคี้ยวกินบ้างหยุดบ้างเพื่อควบคุมอาการเช่นเดียวกัน

หนานเฉาเหว่ย เป็นไม้ยืนต้น สูง 6-8 เมตร ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรี ปลายแหลม โคนป้านหรือเกือบมน ใบอ่อนและใบแก่มีรสขมจัดตามที่กล่าวข้างต้น ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบและปลายยอด ดอกเป็นสีขาว “ผล” ทรงกลม มีเมล็ด

ล่าสุดสมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊ก ภูจองฟาร์ม จ่าเสริฐ ก็ได้ออกมาเจาะลึกสรรพคุณต่างๆให้เราทราบกันเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดนี้

ซึ่งได้มีการโพสต์ภาพ-คลิป พร้อมระบุข้อความว่า “วันนี้มีสมุนไพรดีๆ จากเมืองจีนมาแนะนำ หนานเฉาเหว่ย (ป่าช้าเหงา)” ฝากพี่ๆๆ แชร์ให้เป็นความรู้แก่พี่ๆ น้องๆ เราด้วยนะครับ

สรรพคุณทางยาของการกินใบหนานเฉาเหว่ย

1. ต่อต้านโรคเก๊าต์

2. ต่อต้านโรคเบาหวาน

3. รักษาโรคความดันต่ำ “ไม่เหมาะสำหรับความดันสูง”

4. เพิ่มสมรรถนะทางเพศ

5. รักษาหูด กินใบแล้วประมาณ1เดือน หูดจะเป็นสะเก็ดร่อน และเกิดอาการคัน บริเวณที่เป็นหูด เมื่อเกาหูดก็จะหลุดออกมา และอาจขึ้นซ้ำที่เดิมอีก แต่ขนาดจะเล็กลงเรื่อยๆ และก็จะเกิดอาการคันและเกาหลุดออกมาอีก จนในที่สุดหูดก็จะหายไปจนหมดนั่นเอง

6. ป้องกันมะเร็ง ถ้าเป็นมะเร็งก็จะยุบและฝ่อ หายได้ในที่สุด

7. แก้โรคไขมันสูง

8. ลดความอ้วน น้ำหนักลด กล้ามเนื้อกระชับ

9. แก้อาการปวดข้อ และ ปวดเมื่อยตามร่างกาย

10. รักษาริดสีดวง กินใบไม่กี่วันริดสีดวงจะยุบและหายไปในที่สุด

11. รักษาโรคไทรอยด์ต่ำ ไม่เหมาะกับโรคไทรอยด์สูง

12. รักษาโรคใจสั่น เหมาะกับคนหัวใจเต้นช้า ไม่เหมาะกับคนที่หัวใจเต้นเร็ว เพราะใบหนานเฉาเหว่ยทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น

13. ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย

14. รักษาเนื้องอก ถ้ากินใบเป็นประจำจะทำให้เนื้องอกยุบและหายไปในที่สุด

ขอขอบคุณ แหล่งที่มา: ภูจองฟาร์ม จ่าเสริฐ/thairath

พบศพหนุ่มนิรนาม สักลายเต็มตัว ลอยอืดในแม่น้ำแควใหญ่ สภาพเกินรับไหว ชาวบ้านถึงกับลั่น สภาพศพมันมีอะไรแปลกๆ!!

เวลา 11.40 น.ของวันที่ 29 เม.ย.61 ร.ต.อ.พงศธร พัขรเลขากุล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองกาญจนบุรี   ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ สภ.เมืองกาญจนบุรี ว่ามีพลเมืองดีโทรศัพท์มาแจ้งว่า พบศพลอยอยู่ในแม่น้ำแควใหญ่ หมู่ 4 ต.หนองบัว อ.เมืองฯ   หลังรับแจ้งจึงประสานให้มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ ออกทำการตรวจสอบและพบว่า เป็นความจรืง ศพลอยอยู่กลางแม่น้ำ จึงสั่งการให้ทำการลากศพผู้เสียชีวิตรายนี้เข้ามาไว้ริมฝั่งแม่น้ำแควใหญ่ ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำหนองบัว   จากนั้นจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.ท.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.วิทวัช น้อยพานิช สว.สส.ฯ พ.ต.ต.กฤตย์ วงษ์ศรีเมือง สวป.ฯ และ ร.ต.อ.ทศพล มีทรัพย์มาก รอง สวป.ฯ พร้อมแพทย์เวร รพ.พหลพลพยุหเสนาฯ

จากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ และตำรวจพบว่า ผู้เสียชีวิตรายนี้เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 50-60 ปี สูงประมาณ 160-165 ซม. รูปร่างท้วม ผิวขาว ลักษณะศีรษะเถิก สภาพศพเน่าขึ้นอืดเปลือยกายล่อนจ้อน เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5-6 วัน ตามร่างกายมีบาดแผลฉีกขาดและรอยถลอกหลายแห่ง ที่บริเวณหน้าอกพบรอยสักเป็นรูปเสือเผ่น ตามแขน ขา ข้อมือ ด้านหลังมีรอยสักทั่วทั้งตัว ซึ่งแพทย์ไม่สามารถยืนยันได้ว่า บาดแผลที่พบตามร่างกายของผู้ตาย เป็นบาดแผลที่เป็นสาเหตุทำให้ผู้ตายเสียชีวิต เนื่องจากเสียชีวิตมาเป็นเวลาหลายวัน เนื้อเยื้อตามร่างกายเริ่มเน่าเปือย   อีกทั้งผู้ตายก็ไม่มีหลักฐานใดๆ ที่สามารถระบุได้ว่า ชื่ออะไร หรือเป็นใครมาจากไหน จึงต้องส่งศพไปสถาบันนิติเวชฯ เพื่อให้แพทย์ทำการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการตาย  ภายหลังจากที่พบศพ พ.ต.อ.ชูศักดิ์ ศรีวงษ์ชัย  ผกก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรี ทราบเรื่องจึงได้สั่งการให้พ.ต.ต.เกริก เสนาะสำเนียง สว.กก.สส.ภ.จว.กาญจนบุรีนำกำลังตำรวจชุด กก.สส.ลงพื้นที่เพื่อร่วมสืบสวนคลี่คลายคดี และหาเบาะแสของผู้เสียชีวิตรายนี้  โดยให้ตรวจสอบไปตาม สภ.ต่างๆ ในพื้นที่และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง  เพื่อตรวจสอบว่า พื้นที่ใดมีการแจ้งความคนหายไว้บ้างในช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมาหรือไม่ เพื่อเป็นเบาะแสแนวทางในการติดตามหาเบาะแสของผู้ตายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังขาวบ้านที่ทราบข่าวว่ามีศพลอยน้ำในแม่น้ำแควใหญ่ ต่างก็เดินทางมาเป็นไทยมุงยืนดูการทำงานของเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ตำรวจ และแพทย์ที่ทำการชันสูตรพลิกศพ เป็นจำนวนมาก ต่างก็จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์สอบถามกันไปมา
โดยต้องเอามือปิดปากปิดจมูก เนื่องจากกลิ่นเหม็นของศพเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ ว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก เวลาเจอศพลอยน้ำมาในแม่น้ำ ลำคลอง มักจะพบเจอศพหากเป็นผู้ชายก็มักจะลอยคว่ำหน้า ถ้าเป็นผู้หญิงก็มักจะลอยหงาย ผิดกับศพที่เจอศพนี้กลับลอยหงายมาตามลำน้ำ จึงเป็นลักษณะแปลกๆ แถมมือเท้าก็กางออกคล้ายเป็นลักษณะของความเป็นธรรม

Advertisement

รถทัวร์อีกแล้ว!! รถทัวร์โดยสาร เสียหลักพลิกคว่ำระทึก คนเจ็บอื้อ ก่อนเห็นประวัติคนด่ายับทั้งโซเชียล!!

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 05.00 น เกิดเหตุรถทัวร์ บ.ศรีสุเทพทัวร์ สีน้ำเงินขาวหมายเลขทะเบียนป้ายเหลือง 15-6150 กรุงเทพมหานคร พลิกคว่ำลงร่องกลางถนน บนถนนสายเอเซียขาล่องใต้ บริเวณควนศรีพนม รอยต่อระหว่าง อำเภอท่าชนะ และอำเภอไชยา พื้นที่หมู่ที่ 4 ตำบลป่าเว อำเภอไชยา

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบผู้บาดเจ็บ 19 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลไชยา 15 ราย โรงพยาบาลท่าชนะ 4 ราย ส่วนใหญ่ผู้ได้บาดเจ็บ บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย ซึ่งแพทย์ทำแผลให้แล้ว ให้กลับบ้านได้ โดยรถคันดังกล่าวมีผู้โดยสารมาทั้งหมด 36 คน

สำหรับรถทัวร์คันดังกล่าว มีนายสมศักดิ์ ใจแจ้ง อายุ 55 ปี เป็นคนขับและได้ออกเดินทางจากขนส่งสายใต้เมื่อเวลา 20:00 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมาเพื่อมุ่งหน้าไปยังอำเภอขนอมโดยมีกำหนดถึงอำเภอขนองในช่วงเช้าเวลา 07:00 น.

จากสอบสวนของตำรวจทางหลวงในเบื้องต้นคนขับให้การว่า ตนขับรถคันดังกล่าววิ่งขวามาตามทางถึงที่เกิดเหตุมีรถ 10 ล้อแซงซ้ายขึ้นมา แล้วหักขวาเพื่อที่จะแซงคันหน้าอีกครั้ง ทำให้ตัวเองเสียหลังหักหลบลงข้างทางจนพลิกคว่ำ แล้วไถลไปเป็นระยะทางประมาณ 50 เมตรจนไปชนต้นไม้ขนาดใหญ่ ทำให้รถหยุดอยู่กับที่ ซึ่งจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการเบรคบนพื้นถนนแต่อย่างใด และช่วงเกิดเหตุไม่มีฝนตกแต่อย่างใด จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงพบว่าเมื่อคืนที่ผ่านมารถคันดังกล่าวใช้ความเร็วเกินกำหนดถึงสองครั้ง ซึ่งพนักงานสอบสวนได้มีการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป