เตือนยาลดอ้วน “ลีน” ทำคนตาย 4 ราย พิสูจน์ชัดเตรียมแจ้งข้อหาฆ่าคนตายโดยเจตนาอีกกระทง!

เป็นประเด็นที่กำลังเข้มงวด สำหรับกรณีอาหารเสริมเติมสารอันตราย โดยล่าสุด พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้เปิดเผยถึงเรื่องอันตรายจากอาหารเสริม ยี่ห้อลีน ว่า อยากฝากเตือนไปยังประชาชน ถึงอันตรายของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอีก ยี่ห้อหนึ่ง คือ “ลีน” หรือ “LYN” เอสเอส-ทรี กล่องดำ และลีนบล็อคเบิร์น เบรกบิวท์ กล่องสีขาว ซึ่งเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่กำลังขยายผล นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ของบริษัทเมจิกสกิน ซึ่งอย.ได้ตรวจพบสารต้องห้ามที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิต 2 ชนิด คือ ไซบูทรามีน ไฮโดคลอไรด์ มีฤทธิ์กล่อมประสาทส่วนกลาง ทำให้รู้สึกไม่อยากอาหารส่งผลข้างเคียงกับผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดใน ลีนบล็อคเบิร์น เบรกบิวท์ กล่องสีขาว และบิซาโคดิล มีฤทธิ์เป็นยาระบาย ใน”LYN” เอสเอส-ทรี กล่องดำ ซึ่งยาทั้ง 2 ตัวนี้ อย.ได้ยกเลิกการผลิตไปแล้ว แต่ยังพบว่ามีการพยายามลักลอบนำเข้ามาผสมกับอาหารเสริมต่างๆ อยู่ เพราะหากรับประทานต่อเนื่องเพียงแค่ 2 สัปดาห์อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย

โดยข้อมูลสำคัญพบว่า มีผู้รับประทานทานผลิตภัณฑ์ยี่ห้อลีน ต่อมาเสียชีวิต รายที่ 1 คือ หญิงอายุ 31 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561 พื้นที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี โดยกินยาเป็นเวลา 30 วัน แพทย์ให้ความเห็นเบื้องต้นว่าหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน  รายที่ 2 ชายอายุ 33 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2561 กินยาจำนวน 10 วัน พบว่าไขมันเส้นเลือดอุดตันและช็อกหมดสติ รายที่ 3 ชายอายุ 48 ปี เสียชีวิตวันที่ 27 เมษายน 2561 กินยามา 1 เดือนเศษ แพทย์ให้ความเห็นว่าหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน และรายที่ 4 เสียชีวิตวันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา อยู่ระหว่างตรวจสอบชื่อ สถานที่ เนื่องจากทราบทางโซเชียลมีเดีย

รอง ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า ซึ่งหากผลการตรวจพิสูจน์สาเหตุการตายมีต้นเหตุมาจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็จะมีการแจ้งข้อกล่าวหา ฆ่าคนตายโดยเจตนากับเจ้าของผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีบริษัทฟู้ด ซายน์ ซัพพลาย เซอร์วิส จำกัด และมีบริษัท เอกอัครินทร์ จำกัด เป็นผู้จำหน่าย นอกจากนี้ ยังมีอีก 1 ราย ที่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเสียชีวิตจากการทานผลิตภัณฑ์ยี่ห้อดังกล่าวหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่ได้รับทาง อย. พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีการสวมเลข อย. ของน้ำปลายี่ห้อหนึ่ง ส่วนการดำเนินคดีผู้ที่เกี่ยวข้องก่อนหน้านี้ตำรวจเข้าตรวจค้นโรงงานย่านปทุมธานี สามารถจับกุมพนักงานได้ 7 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลติดตามผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายมาดำเนินคดีด้วย

Trả lời

Thư điện tử của bạn sẽ không được hiển thị công khai. Các trường bắt buộc được đánh dấu *