เผยเหตุผลทำไม แม่หญิงจันทร์วาด ถึงได้ลงเอยกับ ขุนเรือง ทั้งที่ต้นฉบับนิยายเธอเป็นภรรยาหลวงศรียศ ฟังแล้วกระจ่างทันที!

กระแสแรงฉุดไม่อยู่สุดๆสำหรับละครดัง “บุพเพสันนิวาส” จากนิยายของผู้ประพันธ์ชื่อดัง “รอมแพง” โดยล่าสุดเรียกว่ากำลังดำเนินเรื่องไปอย่างเข้มข้น แฟนละครต่างตามลุ้นตามเชียร์ให้ทั้งคู่พระนาง และคู่รองอย่าง “ขุนเรืองราชภักดี” (ปั้นจั่น ปรมะ) และ “แม่หญิงจันทร์วาด” (ปราง กัญญ์ณรัณ) ได้ลงเอยกันเสียที ท่ามกลางความฟินจอแตก ก็เกิดข้อสงสัยจากผู้ที่อ่านนิยายมาก่อน ว่าเหตุใดแม่หญิงจันทร์วาดจึงไม่ลงเอยกับ “หลวงศรียศ” (เอิร์ธ วิศววิท) เหมือนอย่างในบทประพันธ์ แต่กลับมีการปรับเปลี่ยนให้มาคู่กับขุนเรืองแทน

เกี่ยวกับข้อสงสัยที่ว่านี้ ล่าสุด “อุ้ย จันทร์ยวีร์” เจ้าของนามปากกา รอมแพง ผู้เขียนนิยายเรื่องนี้ ก็ได้อธิบายมาว่า  ทางผู้ทำละครไม่ได้ให้เหตุผลที่มีการปรับเปลี่ยน แต่เดาว่าที่มีการปรับตัวละคร เพราะหลวงศรียศ มีตัวตนจริง เป็นต้นตระกูล บุนนาค อาจทำให้ลูกหลานที่มีอยู่ไม่พอใจได้ เพราะเราไม่รู้ว่าท่านแต่งงานกับใคร ไม่ชัดเจน

เราแต่งนิยายเพื่อความสนุก อิงว่าสกุลบุนนาค เก่งทางด้านร้อยดอกไม้ แม่หญิงจันทร์วาดก็เก่งด้านร้อยดอกไม้มาก จึงให้ลงเอยกัน เกรงว่าหากมาทำละครลงจอแล้วอาจจะกระทบกับทางตระกูล เลยมีการปรับให้ตัวละครสมมติได้กับตัวละครสมมติ ในละคร แม่หญิงจันทร์วาดจึงได้ลงเอยกับขุนเรือง ไม่ใช่หลวงศรียศ

โหรดังจัดอันดับ 12 นักษัตร เฮง-รวย-ซวย-เจ๊ง ปี 61 พร้อมวีธีแก้เคล็ด!!

ดวงของใครจะรวยที่สุดในปี 2561 เช็คได้ที่นี่ตอนนี้เลยจ้า วันนี้สยามวาไรตี้ได้รวบรวมคำทำนายแม่นๆมาให้ได้เช็คกันแล้ว โดย ซินแสเป็นหนึ่ง ซินแสชื่อดังในโลกออนไลน์ ได้จัดอันดับดวง 12 นักษัตร ในปี 2561 พร้อมเผยเคล็ดลับเสริมดวงอย่างถูกวิธี ทั้งนี้ นักษัตรใด จะสุดเฮง เงินทองไหลมาเทมา หรือ นักษัตรจะสุดซวย ต้องระวังตัวให้มาก ตามมาเช็คพร้อมกันเลยจ้า

ปีมะเส็ง เป็นปีที่เฮงและรวย อันดับ 1 ของปี 2561 ปีนี้ต้องให้เค้าเลย เพราะที่ผ่านมาเจ็บช้ำมาเยอะ ปีนี้จะดีมาก

อันดับ 2 คือ ปีขาล ที่ผ่านมาเหนื่อยกว่าปีอื่นๆ มีหัวโขนภาระหน้าที่ตลอด ทำเพื่อคนอื่นมาเยอะ ปี 2561 สิ่งที่ทำไป จะตอบสนองให้ดีขึ้น การงานจะได้รับงานใหญ่ขึ้น ลูกน้องบริวารดีขึ้น เรื่องความรักอารมณ์สวิง ยังไม่โดดเด่นเรื่องแต่งงาน ต้องปรับอารมณ์ตัวเองมากกว่า สุขภาพระวังเรื่องหัวเข่า การเดินทางอาจมีปัญหาบาดเจ็บได้

อันดับ 3 คือ ปีวอก ขาดทุนเจ็บตัวมาเยอะ ปี61 เรื่องงาน จะได้งานชัวร์เข้ามา ความรักส่วนใหญ่อ่อนไหว แอบหลงรักคนอื่นอยู่บ่อยๆ สุขภาพระวังกระเพาะ

อันดับ 4 ปีจอ แม้เป็นหนึ่งในปีชง แต่ไม่ได้เลวร้าย แค่ระมัดระวัง จะสร้างทรัพย์สินที่ชัดเจน เรื่องสุขภาพ ชอบออกกำลังกาย จะมีปัญหาปวดหัวเท่านั้น เรื่องความรักเป็นปีที่พราวเสน่ห์ หมาหยอกไก่

เป็นไงกันบ้างกับ4ปีนักษัตวที่กล่าวไป

อันดับ 5 ปีระกา คนปีนี้ทำทุกอย่าง ที่ผ่านมาเหนื่อย ปี61 เงินจะเข้ามามาก คุณภาพชีวิตดีขึ้น สุขภาพร่างกายก็ดีขึ้น เรื่องความรัก ที่ผ่านมามักบอกตัวเองผิดเอง ลงที่ตัวเองตลอด ปี61จะได้รับการดูแลที่ดี

อันดับที่ 6 ปีมะแม ที่ผ่านมาเป็นปีแพะรับบาป น่าเห็นใจ เสียสละทุกอย่าง ปี61 จะไม่แพะรับบาปแล้ว โดยเฉพาะความรักจะเจอคนที่มารักเค้า เรื่องงานดี ใช้จ่ายไม่อัตคัต ไม่ลำบาก สุขภาพ ระวังการกิน ปล่อยตัวเอง

อันดับที่ 7 ปีชวด ส่วนใหญ่ถูกบังคับในสิ่งที่ไม่อยากทำ แต่งงานหรือคบกับคนที่ไม่อยากอยู่ด้วย ปี61 เรื่องความรักจะเจอคนดี เจองานที่ใช่ มีอิสระมากขึ้น สุขภาพ วิตกสูง เรื่องงานต่างๆ ทุกช่องทางดีหมด

ส่วน 5 ปีที่เหลือลดหลั่นความเฮงลงมา หรือเรียกว่าซวยและเจ๊ง

ปีนักษัตรไหนซวยก็รีบๆทำบุญกันด้วยนะจ๊ะ

อันดับ 1 คือ ปีกุน ความรักเปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีก จะต้องปรับ ไม่ให้ปี61 ล้มเหลวอีก ต้องบริหารความรักเป็น ไม่ใช้อารมณ์ เรื่องงานพุ่ง แต่รายจ่ายเยอะ ถ้าสมดุลจะไม่มีปัญหา สุขภาพใช้ชีวิตเปลือง ต้องระวัง

อันดับ 2 ปีเถาะ ต้องระมัดระวังการเงิน การงาน เพราะใช้แล้วไม่เก็บ ความรักก็ต้องระวังอารมณ์ รวมทั้งสุขภาพได้ผลพวงจากความเครียด หงุดหงิดตามมา

อันดับ 3 ปีฉลู การงานอาจผิดหวัง ต้องลดความคาดหวัง การเงินก็ลดลง สุขภาพระวังกรดไหลย้อน ภูมิแพ้ อ่อนแอ ความรักอยากให้ยั่งยืน ต้องทำความเข้าใจคู่รัก มิฉะนั้นอาจพังได้

อันดับ 4 ปีมะเมีย ปี61 ระวังอย่าใจร้อนการลงทุนเพิ่ม จะเจ็บตัว ความรัก คนรักจะตามไม่ทัน จะทำให้ห่างเหิน ต้องปรับมาใกล้กัน ระวังข้อเข่า ข้อเท้า

อันดับ 5 ปีมะโรง ปี61 การใช้จ่ายเงินต้องระวัง งานอย่าคิดเปลี่ยนงานเด็ดขาด ถ้าไม่อดทนจะตกงานยาว สุขภาพระวังภูมิแพ้ ความรักอาจแย่หน่อย จะเกิดเหตุการณ์ขอแยกกันอยู่ซักพัก ปีนี้ใจใหญ่และชอบให้ ดังนั้นจะมีคนช่วย

วิธีแก้ซวยแก้เจ๊ง ปี 2561

1. ถวายปัจจัยชำระหนี้สงฆ์ ลงท้ายด้วยเลข 8 เช่น 8 บาท 18 บาท
2. ให้อาหารหมาจรจัด รวมถึงใครโดนใส่ร้าย ใส่ความ แย่งคนรัก ทำคุณคนไม่ขึ้น บริวารไม่ซื่อสัตย์
3. ล้างห้องน้ำวัด พร้อมซื้ออุปกรณ์ถวายวัด

สาวขี่ จยย. กลับบ้านกับเพื่อนชาย ถูกโจ๋ 4 คนดักฉุดต่อหน้าเพื่อน เล่าทั้งน้ำตา สะเทือนใจเกินรับไหว

เมื่อวันที่ 31 มี.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับกาเปิดเผยจาก น.ส.ลอย นามสมมุติ อายุ 17 ปี  ชาว อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เพื่อขอความช่วยเหลือ เหตุกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านใกล้เคียง ที่รุมกระทำชำเราข่มขืน เมื่อกลางดึกวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมา  โดย น.ส.ลอย นามสมมุติ ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าว ฟังว่า เมื่อวันที่ 26 มี.ค.2561 ตนและเพื่อนผู้หญิงอีกคนชื่อ ด.ญ.บี อายุ 14 ปี ได้พากันนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ เพื่อนชาย ชื่อนายเอ อายุ 16 ปี จากหมู่บ้านหนึ่ง ใน ต.หนองขวาว ประมาณเวลา 1 ทุ่ม ไปยังบ้านหนองผือ ต.ช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เพื่อไปเอาเงินที่บ้านของ ด.ญ.บี จากนั้นต่อมา เวลาประมาณ 5 ทุ่ม นายเอ พร้อมเพื่อนชายอีกคน ชื่อ นายซี อายุ 16 ปี ได้พาตนกลับบ้าน

ระหว่างทางกลับบ้านนั่งรถจักรยานยนต์ มาด้วยกัน 2 คัน แต่พอมาถึง ช่วงท้ายหมู่บ้านหนองผือ ซึ่งเป็นทางเปลี่ยว และได้พบกับกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นรุ่นพี่ จำได้ว่าชื่อแขก ชื่อโอ๊ต ชื่อขิง และชื่อปุ้ย กำลังนั่งเล่นอยู่ข้างถนน และได้เข้ามาขวางให้พวกตนหยุดรถ และเตะเข้าที่ขาของตัวเองจนล้มลง และจากนั้นก็ได้อุ้มตนลงไปกลางทุ่งนาข้างทาง ก่อนจะพลัดกันลงมือข่มขืนกระทำชำเราแบบรุมโทรมตนเอง จนครบทั้ง 4 คน ขณะที่เพื่อนตนเองเพื่อนที่มาด้วยกันได้ร้องขอยกมือไหว้ ไม่ให้ทำ แต่ทั้ง 4 คน ไม่สนใจ แถมยังทำร้ายตบหน้าเพื่อนของตนด้วย หลังข่มขืนเสร็จ ทั้ง 4 คน ก็ปล่อยให้พวกตน กลับมาบ้าน ตนเองสะบักสะบอม ด้านหลังยังมีแผลจากการกระทำอย่างรุนแรง ตอนเกิดเหตุทั้ง 4 คน ที่พากันรุมโทรมตนมีอาการเมาสุราด้วย และคนชื่อแขก น่าจะเป็นทหารเกณฑ์ด้วย

ต่อมาในรุ่งเช้าวันที่ 27 มีนาคม 2561 ตนเองพร้อมเพื่อนชื่อบี ก็ได้พากัน เดินทางไปแจ้งความ กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ศีขรภูมิ ซึ่งตอนนั้นตนเองไปกันตามลำพังสองคน เพราะตนเองอาศัยอยู่กับตา ยาย อายุมากแล้ว ยายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล พ่อ แม่ ไปรับจ้างทำงานที่ กรุงเทพฯ  หลังจากนั้นทางพนักงานสอบสวน ได้ทำหนังสือ ส่งตัวตนเองไปให้แพทย์โรงพยาบาลศีขรภูมิ ทำการตรวจพิสูจน์ หาร่องรอยการถูกข่มขืนกระทำเรา เพื่อเป็นหลักฐานในทางคดี ซึ่งหมอยังไม่ได้แจ้งผลอะไรออกมา มีแต่ให้ยาหลายแผงมาทาน หมอบอกว่าเป็นยาแก้คุมกำเนิดฉุกเฉิน ยาแก้อักเสบ และหมอนัดตรวจอีกที วันที่ 4 เม.ย.2561

ล่าสุดวันนี้ 31 มีนาคม 2561 ที่สถานีตำรวจภูธรศีขรภูมิ พ.ต.อ. สมชาย คมพยัคฆ์ ผกก.สภ.ศีขรภูมิ ได้เรียกชุดสืบสวนสอบสวนประชุมและได้นำตัว น.ส.ลอย ผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม และได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้เร็วที่สุด จากการสอบสอบปากคำ น.ส.ลอย ทราบชื่อกลุ่มคนร้ายที่ลงมือรุมโทรม ข่มขืน มีจำนวน 4 คน ประกอบด้วยนายโอ๊ต นายแขก นายขิง และนายปุ้ย ซึ่งเป็นวัยรุ่นในหมู่บ้านหนองผือ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนจึงได้เข้าไปติดตามจับกุมตัว สามารถจับกุมได้ 3 คน ประกอบด้วยนายแขก หรือนายอัมฤทธิ์ ปิดตะ อายุ 24 ปี ,นายขิง (ไม่สามารถเปิดเผยชื่อ) อายุ 15 ปี และปุ้ย หรือนายทองใบ วรรณส อายุ 37 ปี ส่วนนายธวัชชัย สิมมา หรือโอ๊ต อายุ 23 ปี ได้หลบหนีไปก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเข้าไปถึงหมู่บ้าน ซึ่งทั้ง 4 เป็นคนบ้านผือ ม.6 ต.ช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์

และล่าสุด ในช่วงสายวันนี้ได้ให้ญาติติดต่อขอมอบตัวแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำ ทั้ง 3 คน รับสารภาพว่าได้ลงมือทำการข่มขืน นางสาวลอย จริง เจ้าหน้าจึงได้แจ้งข้อกล่าวร่วมกันโทรมหญิงอายุไม่ถึง 18 ปี ไว้ก่อน ก่อนที่จะส่งเข้าห้องคุมควบคุม และฝากขังที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ ในวันนี้

ด้าน นางสาว ลอย บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตนเอง ฐานะทางบ้านลำบาก พ่อ แม่ ไปทำงานรับจ้างอยู่กรุงเทพฯ ตนเองอาศัยอยู่กับ ตา อายุ 68 ปี ยาย อายุ 63 ปี วันเกิดเหตุยาย ป่วย ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศีขรภูมิ ตนมีพี่น้อง 4 คน ตนเอง เป็นที่ 2 ไม่ได้เรียนหนังสือ ออกจากโรงเรียนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 หลังเกิดเหตุ ไม่รู้จะไปพึ่งพาใคร กลัวว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรม และกลัวว่าจะไม่มีใครเชื่อ ว่าตนเองถูกกระทำจริง อยากให้คนที่กระทำกับตนได้รับโทษ จึงมาหาผู้สื่อข่าว ให้ช่วยเหลือแนะนำในการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเพื่อขอความเป็นธรรม ให้กับตนเองและครอบครัว ขณะนี้พ่อ แม่ ทราบเรื่องแล้ว และกำลังจะกลับมาบ้าน จะได้ปรึกษาหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

คุณเป็นใครจะเอายังไงกับผมก็ได้!! โจ๋หัวร้อนจัด ไม่พอใจถูกตำรวจล็อคล้อ จยย. ก่อนลั่นว่าพ่อเป็นใคร ชาวเน็ตวิจารณ์ยับ (มีคลิป)

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับการแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ และเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก โดยมีสมาชิกเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ Surakit Kaewmorakot ได้ถ่ายคลิปเหตุการณ์ระหว่างหนุ่มคนหนึ่งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในคลิปหนุ่มรายดังกล่าวอยู่ในอาการโวยวาย และไม่พอใจการทำงานของเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง พร้อมกับโทรศัพท์และมีการกล่าวถึงว่า มีบิดาเป็นตำรวจ

โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “โจ๋หัวร้อน เมื่อโดนตำรวจล๊อคล้อมอไซค์ ไปเอาคีมจากร้านตรงข้ามมาตัดแต่ตำรวจมาเห็นจึงมีการปะทะคารมกันเล็กน้อย ก่อนตำรวจจะเชิญตัวไปสงบสติอารมณ์ที่ สน.บางนา เหตุเกิดแถวตลาดอุดมสุข วานนี้”

ชมคลิป

Posted by Surakit Kaewmorakot on Wednesday, March 28, 2018

ขอบคุณ : Surakit Kaewmorakot

ฟังจากปากชัดๆ!! กุญแจซอล และสามีอุ้มลูกเปิดใจเสียงสั่นครั้งแรก เผยความจริง ตัดพ่อแม่เพราะอะไร!!

จากกรณีที่นางเอกดัง  กุญแจซอล ป่านทอทอง บุญทอง นางเอกสาว ลูกของ หนึ่ง  นึกคิด บุญทอง ออกจากบ้านโดยไม่ติดต่อกลับมานานถึง 9 เดือน ก่อนให้กำเนิดลูกชาย น้องเหนือเมฆ ไปเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ต่อมา แม่มุกดา แม่ของนางเอกสาวเปิดใจว่า ครอบครัวบุญทองได้ประกาศตัดขาดกับกุญแจซอลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สืบเนื่องมาจาก กัปตันณัฏฐ์สามีของนางเอกสาวมีปากเสียงกับ พ่อแม่และครอบครัวบุญทองอย่างหนัก ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดได้ควงสามีออกจากเดินแบบชุดแต่งงานพร้อมให้สัมภาษณ์ ทุกข้อสงสัยจะว่าอย่างไรบ้างไปชมคลิปกันเลยจ้า

ชมคลิป

กุญแจซอล ป่านทอทอง ควงสามีและลูกออกงาน

Posted by เรื่องเล่าเช้านี้ on Saturday, March 31, 2018

ขอบคุณคลิปจาก เรื่องเล่าเช้านี้

ชาวบ้านสงสัย ปิกอัพจอดติดเครื่อง ทิ้งไว้ริมน้ำ รีบตามตร.มาดู ก่อนรู้เป็นรถใครเท่านั้น งานใหญ่แล้ว เรื่องไม่จบง่ายๆแน่!!

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 มีนาคม 61 ผู้สื่อข่าว ONB News รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 รับแจ้งทางโทรศัพท์จากชาวบ้านว่า พบรถปิกอัพอยู่บริเวณริมบึงน้ำขนาดใหญ่ ในพื้นที่หมู่ที่ 7 ตำบลมะขามเตี้ย เมืองสุราษฎร์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในลักษณะหัวทิ่มลงไปในน้ำแต่เครื่องยนต์ยังคงติดอยู่

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของพลตำรวจตรี บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยชุดสืบสวนและกำลังตำรวจอีกจำนวนหนึ่ง พบรถคันดังกล่าวเป็นรถกระบะโตโยต้า วีโก้ แบบตอนครึ่ง สีบรอนเงิน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รอบตัวรถมีลักษณะคล้ายกำลังทำสีแต่ยังไม่เสร็จ จอดอยู่ในลักษณะล้อหน้าปริ่มน้ำ แต่เครื่องยนต์ยังสตาร์ทอยู่ สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งว่า ขับรถผ่านบริเวณดังกล่าว เห็นรถปิกอัพคันดังกล่าว จอดอยู่ในลักษณะผิดสังเกตที่ริมบึงน้ำจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่

หลังจากการตรวจสอบอย่างละเอียด พลตำรวจตรีอภิชาต ต้องพบว่า รถคันดังกล่าวเป็นรถที่คนร้ายใช้กระทำความผิด โดยการก่อเหตุยิงผู้เสียหาย บริเวณงานศพในพื้นที่ หมู่ที่ 1 ตำบลบางมะเดื่อ อำเภอพุนพิน โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 61 ที่ผ่านมา จนได้รับบาดเจ็บเป็นหญิงถึง 2 ราย ซึ่งจากการสอบสวนในคดีดังกล่าวทราบว่า เป็นการทวงหนี้ในธุรกิจผิดกฎหมาย คนร้ายจึงได้ก่อเหตุดังกล่าวขึ้น และสอบสวนจนทราบตัวคนร้าย และรถที่ใช้ก่อเหตุ จึงได้สั่งการให้ชุดสืบสวนออกติดตาม

จนกระทั่งมาพบรถคันดังกล่าว ซึ่งตรงกับคันที่พยานแจ้งเบาะแสไว้ คาดว่าคนร้ายนำมาต้องการจะเปลี่ยนสีรถเสียใหม่ แต่เกิดขัดข้องประการใดจึงหวังขับรถลงในบึงน้ำขนาดใหญ่เพื่อซ่อนเร้น แต่คนขับอาจไม่ชำนาญทำให้รถเกยบึงน้ำ ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ ซึ่งดูจากล้อรถด้านหลังที่มีลักษณะของการหมุนฟรี อยู่บนพื้นหญ้า ทำให้ไม่สามารถนำรถลงไปในบึงน้ำได้ จึงได้ตัดสินใจทิ้งรถหนีจนลืมเครื่องยนต์ดังกล่าว

สำหรับคดียิงกันจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บนั้น ขณะนี้ชุดสืบสวนสามารถสืบสวนจนทราบตัวคนร้ายแล้ว รอเพียงการออกหมายจับมาดำเนินคดีต่อไป

แม่นจนขนลุก!! เปิดคำทำนายในอดีต ชาติกำเนิดของคนเกิดทั้ง 7 วัน คุณจุติมาจากที่ใด!!

หลายคนคงเชื่อเรื่องอดีตหรือเรื่องราวกำเนิดของเราว่าก่อนจะเป็นคนในวันนี้เราเกิดมาจากอดีตแบบไหนวันนี้เราจึงนำคำทำนาย เรื่องราวกำเนิดของเราในอดีตกาล ว่า ชาติที่แล้วคุณเป็นใคร อ่านแล้วแม่นสุดๆ

ผู้ที่เกิดวันจันทร์

ทำนายว่า จุติมาจากนครนาคราช มีเสน่ห์ เดชานุภาพ จะได้เป็นใหญ่ มากชู้หลายคู่ครอง

ตามตำนานท่านว่า ผู้ที่เกิดวันจันทร์นั้น มักขาดมิตรผิดญาติ พึ่งพามิได้ อาศัยเงินทอง มือซ้ายมือขวา มาเป็นพี่น้อง ครองตัวมั่นคง ใจจิตคิดตรอง เพื่อนฝูงชอบใจ มานะโกรธง่าย ใจแข็งปากกล้าพี่น้องเขาว่า ไม่เกรงเถียงสิ้น มีแผลสำคัญ ท่านว่าถูกไฟ สองครั้งเป็นไร แทบตายลำบาก เป็นเพราะผู้ใหญ่ สองครั้งไฟไหม้ ภายหลังได้ดี ครอบครองท่วงที นามชื่อธาตุไม้

ผู้ที่เกิดวันอังคาร

ทำนายว่า จุติมาจากแดนนรก มีกำลังแรง ใจแข็งนักรบ ชอบอาสาเจ้านาย ออกทัพจับศึก

ตามตำนานท่านว่า ผู้ที่เกิดวันอังคาร ผมไม่ดก หยักศกรกพันคอ ใจคอไม่ท้อ โลภโมโทสัน ที่พักอาศัย ไม่สู้มั่นคง เพราะว่าญาติพี่น้อง มักจะให้ทุกข์ภัย นำเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ มาให้อยู่เนือง ๆ ได้ดีสี่หน ยากจนลำบาก เพราะว่าที่ไร่ที่นา ว่ามีปัญญา รูปทรงสะคราญ เจรจาอ่อนหวาน มีความอุตส่าห์ ในหน้าที่การงาน ธาตุเห็นแข็งกล้า นามชื่อราชสีห์

ผู้ที่เกิดวันพุธ

ทำนายว่า จุติมาจากลังกาทีป มักได้ดี มีทรัพย์มาก ได้คู่ครองที่ดีมีวาสนาสูง

ตามตำนานท่านว่า ผู้ที่เกิดวันพุธ มีบุตรชายหญิง ใจดีมักง่าย ญาติพี่น้องพึ่งพามิได้ เงินทองหาได้ เก็บไว้ไม่ค่อยอยู่ ถ้าได้บวชเรียน จะได้ดีมีชื่อเสียง อุตส่าห์กำหนด ช่างมดช่างหมอ เป็นคฤหัสถ์ลำบาก เจ้าชู้หลายเมีย เงินทองไม่มี ตกยากสี่ที ได้ดีสามหน นามธาตุช้างเฒ่า

ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี

ทำนายว่า จุติมาจากสวรรค์ เป็นคนที่มีสติปัญญาดี รู้หลักนักปราชญ์ เป็นที่ปรึกษาของคนทั่วไป

ตามตำนานท่านว่า ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี รูปร่างสันทัด มัธยัสถ์ใจดี ถ้าเกิดที่นี่จะได้ดีในถิ่นอื่น เมียก่อนไม่ยืน ภายหลังยินดี ที่คนอาศัย ทำใจมักง่าย มักเชื่อใจคนง่าย ทำคุณบูชาโทษ คนเขามักโกรธ กล่าวโทษนินทา ว่าร้ายภายหลัง ต้นปลายมั่นคง กลางถึงลำบาก นามธาตุน้ำ

ผู้ที่เกิดวันศุกร์

ทำนายว่า จุติมาจากอุตตรกาโรทวีป มักได้ดีมียศฐาบรรดาศักดิ์ แต่งตัวไม่เป็นชอบเก็บตัว สังคมไม่เก่ง

ตามตำนานท่านว่า ผู้ที่เกิดวันศุกร์ ทุกข์ภัยไม่มี เจรจาพาที มีความซื่อสัตย์ ขัดใจสิ่งใด ไม่ค่อยออกอรรถ เพื่อนฝูงมีน้อย เมื่อน้อยลำบาก ตกจากช้างม้า แล้วเป็นกำพร้า มารดาตายก่อน เป็นหม้ายสองหน พ้นนั้นมั่นคง มักจงไว้ใจ กระจุกกระจิก ถ้าโกรธใจร้าย ไม่สู้มากความ รูปโฉมงดงาม ปรามใจยั้งหยุด ชอบเก็บตัว ไม่ชอบซุกชน มียศศักดิ์สูง นามธาตุลม

ผู้ที่เกิดวันเสาร์

ทำนายว่า จุติมาจากเขาไกรลาศ มีฤทธิ์มีเดช มีอำนาจวาสนา อาสาเจ้านาย จะได้เป็นใหญ่เป็นเจ้าคนนายคน

ตามตำนานท่านว่า ผู้ที่เกิดวันเสาร์ มีจิตใจมักง่าย ญาติพี่น้อง ใจจิตคิดปอง จองหองต่อกัน โมโหดื้อรั้น ไม่มั่นไม่คง กับผู้อื่นชื่นชมนักหนา บ้านนอกคอกนา ไม่มีจิตปรารถนา ชังใครชังนัก รักใครรักจริง พี่น้องด้วยกัน ไม่หวังถวิล ผิดด้วยสตรี นามธาตุไฟ

ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์

ทำนายว่า จุติมาจากเมืองกลิงคราษฎร์ เป็นคนใจแข็ง เครียดแค้น โกรธง่ายหายเร็ว

ตามตำนานท่านว่า ผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ จิตใจมักง่าย เงินทองใช้จ่าย มักง่ายจ่ายไป ทำคุณกับผู้ใด เหมือนไฟตกน้ำ รักใครแล้วลึกล้ำ ไม่คลำดูผิด ซื่อตรงต่อมิตร ไม่คิดเงินทอง มีคดีมาต้อง สองทีสามที พลัดพรากจากที่ หลายครั้งหลายครา สามครั้งได้ดี เพราะมีปัญญา ญาติพงศา เขาไม่นำพา นามพระยาครุฑ

พี่ชายบุกห้องขัง ตะโกนลั่น ฆ่าแม่ทำไม ก่อนเจอคำตอบสุดอึ้ง พูดไม่ออกกันทั้งโรงพัก!

จากกรณีเหตุการณ์สุดสะเทือนใจ ที่เกิดขึ้นใน หอพักเเห่งหนึ่งใน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ของวันที่ 29 มีนาคม 2561 ที่นางแจ่มศรี ทองชัย อายุ 57 ปี ถูกลูกชายแท้ ๆ ในไส้ เอามีดปังตอฟันคอเกือบขาด เสียชีวิตคาห้องพัก ในสภาพที่สยดสยอง แก่ผู้ที่ได้พบเห็นอย่างมาก จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบออกระดมทีมล่า ติดตามตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยด่วน

และในที่สุด เมื่อช่วงหัวค่ำของวันนั้นเอง เวลาประมาณ 1 ทุ่มครึ่ง เจ้าหน้าที่ก็สามารถตามไปจับตัว นายรินทร์ ลูกชายผุ้ก่อเหตุคลั่ง ฟันคอแม่ตัวเองดับอนาถ ได้ขณะอยู่ในวัดบางพลี ม.10 ต.บางโทรัด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังมีคนแจ้งเบาะแสว่าพบเห็น เดินเหม่อลอยอยู่ในวัดดังกล่าว เมื่อไปเจอตัว ก็พบว่า นายนรินทร์ อยู่ในสภาพอิดโรย ในตาเหม่อลอย เสื้อยืดที่สวมใส่ มีร่องรอยของเลือดเปื้อน ที่คาดว่าจะเป็นเลือดของแม่ตัวเอง ที่กระเด็นมาใส่ จึงได้ทำการเข้าจับกุมตัวไว้ โดยที่นายรินทร์ ไม่ได้มีอาการต่อต้านเจ้าหน้าที่แต่อย่างใด

จากการพูดคุยกับนายรินทร์ ซึ่งปิดปากเงียบไม่พูดไม่จา แต่หากพูดก็วกไปวนมา ฟังไม่ได้ความ คล้ายกับคนมีอาการเมายา จึงได้ทำการตรวจสอบสารเสพติดในร่างกาย ซึ่งก็มิได้พบสารเสพติดแต่อย่างใด จึงได้ทำการยึดเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือด และนำตัวไปขังเอาไว้ก่อน

โดยในวันนั้นเอง ทางด้านของ นายวิฑูรย์ ทองชัย อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของ นางแจ่มศรี ผู้เสียชีวิต หลังจากได้ทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ว่าจับตัวคนร้ายได้แล้ว ก็ได้รีบรุดมาที่ห้องขังในคืนนั้นทันที เพื่ือที่จะประจัญหน้ากับนายรินทร์ ที่มีศักดิ์เป็นหลานแท้ๆ  โดยพอมาถึงห้องขัง ก็ได้ตรงไปหานายรินทร์และยืนพูดต่อหน้า โดยถามคำถามกับนายรินทร์ว่า “มึงฆ่าแม่ทำไม” แต่ทางด้านของนายรินทร์ กลับยืนนิ่งเฉย ไม่มีอาการตอบสนองแต่อย่างใด ยังคงนิ่งทำหน้าตาเหม่อลอย ไม่พูดไม่จา จนทางนายวิฑูรย์ เริ่มโมโห ตะคอกใส่นายรินทร์เสียงดัง จนทางด้านของนายรินทร์ผู้ก่อเหตุ ได้พูดออกมาประโยคหนึ่งว่า “ไฟไหม้บ้าน เดี๋ยวจะโดนไฟไหม้ ต้องหนีออกมา” ซึ่งคำตอบดังกล่าว ทำเอานายวิฑูรย์ ถึงกับยืนอึ้ง เพราะคิดว่า หลานชายคนนี้ คงจะเป็นบ้าไปแล้ว

แต่ทางด้านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังคงไม่ได้ปักษ์ใจเชื่อว่า นายรินทร์ จะมีอาการทางจิตจริงหรือไม่ เพราะอาจจะเป็นการแกล้งบ้า เพื่อทำให้ตัวเองพ้นผิด ทั้งนี้ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหาแต่อย่างใด ซึ่งต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ จากทางเจ้าหน้าที่แพทย์ เพื่อประเมินดูก่อนว่า นายรินทร์ มีสภาพจิตเป็นอย่างไร รู้ตัวเอง รู้ผิดชอบหรือไม่

หมดเวลาแก้ตัว!! จ๊อด โกนหัวใส่ชุดขาว กราบศพลุงครั้งสุดท้าย ก่อนเจ้าอาวาสเผยไม่บวชให้ เพราะแบบนี้ฟังแล้วกระจ่างทันที

วันที่ 31 มี.ค. ที่วัดสุนทราราม (ห่อหมก) ต.ห่อหมก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า งานศพของนายจรูญ มณีพันธ์ หรือ ตาจรูญ ที่ถูกนายนราธร โสดติยัง หรือ จ๊อด ทำร้ายร่างกายจนต้องนอนรักษาตัวหลายวันและเสียชีวิตในเวลาต่อมาบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า ต่อมาเมื่อเวลา 15.00 น. นายนราธร โสดติยัง หรือจ๊อด ได้เดินทางที่วัด พร้อมกับพี่ชายเเละเเฟนสาว เเละได้จุดธูปไหว้หน้าศพนายจรูญ มณีพันธ์ โดยนายนราธร โสดติยัง หรือจ๊อด ได้ใส่ชุดขาว โกนหัว เพื่อเตรียมบวช หลังจากนั้นได้เดินขั้นรถเเละออกไปจากวัด โดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆกับนักข่าว

น.ส.วนิดา มณีพันธ์ ลูกสาวลุงจรูญ เปิดเผยว่า ยังคงเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ทำใจได้แล้ว นายจ๊อด ได้ติดต่อมาเพื่อแสดงความเป็นห่วงอยู่ตลอด ยืนยันจะเดินทางมาบวชให้ตาจรูญ เเต่ยังไม่ระบุวันว่าวันไหน ทางจ๊อดและพี่ชายไม่ได้กล่าวอะไรเกี่ยวกับเงินชดเชย เพียงแต่บอกว่าอยากบวชให้ตาจรูญ แต่ตนคิดว่าจ๊อด ยังไม่สำนึกเพียงแต่มีคนบอกให้ทำเพื่อจะได้เป็นภาพลักษณ์ที่ดีเท่านั้น เเต่ถ้าจะบวชให้ทางครอบครัวก็ยินดี สำหรับพิธีสวดอภิธรรมศพนายจรูญ จะเริ่มขึ้นในเวลา 19.30 น. โดยจะสวดเป็นเวลา 5 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันพุธที่ 4 เม.ย.นี้

นายโจ้ พี่ชายของนายนราธร โสดติยัง หรือจ๊อด เล่าว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครอบครัวยังยอมรับกับเหตุการณ์ที่นายจ๊อด ทำไม่ได้ ทุกวันนี้นายจ๊อด ได้เก็บอยู่เเต่ในห้อง ส่วนเรื่องของเงินที่จะช่วยเหลือเยียวยาอยู่ระหว่างการตกลง เมื่อวานนายจ๊อด ได้โกนหัว เพื่อไปขอบวชที่วัดในกรุงเทพ เเต่ทางวัดไม่สามารถให้บวชได้ เนื่องจากยังมีคดีอยู่ ซึ่งถ้าจะบวชได้ ต้องให้ทางญาติผู้เสียชีวิตเซ็นหนังสือยินยอม ถึงจะบวชได้ ส่วนเรื่องการบวชให้กับนายจรูญ มณีพันธ์ หรือ ตาจรูญ นั้นขึ้นอยู่กับตัวของจ๊อด เองว่าจะบวชให้วันไหน หรือไม่อาจจะบวชให้ในวันฌาปนกิจ

งดงามดุจเจ้าหญิงในนิยาย! เปิดภาพ“เบลล่า”จัดเต็มถ่ายแฟชั่นชุดไทย บอกได้เลยว่าสวยงดงามสะกดทุกสายตา!

เรียกเป็นนางเอกที่กำลังมาแรงที่สุดในตอนนี้สำหรับนางเอกสาวหน้าหวาน “เบลล่า ราณี แคมเปน”ที่ได้ถ่ายแบบภาพเซ็ตแฟชั่นที่ได้รับการแชร์โดย Finale Weddingstudio ซึ่งได้เผยแพร่ภาพเบื้องหลังการถ่ายแบบ นิตยสารฟินาเล่เวดดิ้งแมกกาซีน ซึ่งเป็นการถ่ายแบบ โยสวมชุดไทยประยุกต์ จากแบรนด์ ฟินาเล่ เวดดิ้ง สตูดิโอ ได้รับการอออกแบบโดย คุณเกสินี กล่ำอยู่สุข และคุณสุดจิตร์ สุดจิตต์ เอาเป็นว่าเราไปชมกันเลยดีกว่าว่าจะสวยงดงามขนาดไหน ไปกันเลย

สวยมากๆ

งดงามจริงๆ

โดยภาพเซ็ตของ สาวเบลล่า สามารถชมภาพทั้งหมดได้ ที่ Finale Weddingstudio