สิริโฉมงดงามยิ่ง! เจ้าหญิงในโลกความจริง เลโอนอร์ ว่าที่สมเด็จพระราชินีที่อายุน้อยที่สุด (ประมวลภาพ)

สิริโฉมงดงามยิ่ง !

เจ้าหญิงน้อยอนาคตราชินีสเปน เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปที่ 6 กษัตริย์สเปน ในวันเดียวกันนั้นสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปทรงมอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ขนแกะทองคำหรือ “โตยซอน เด โอโร” (Toisón de Oro) ให้แก่เจ้าหญิงเลโอนอร์ พระชันษา 12 ปี พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ซึ่งมีความหมายเป็นนัยว่า ทรงถูกกำหนดให้เป็นสมเด็จพระราชินีแห่งสเปนในอนาคต รับชมภาพพระสิริโฉมและพระอิริยาบถอันงดงามขององค์หญิงน้อยได้ที่นี่

เลโอนอร์ เจ้าหญิงแห่งอัสตูเรียส พระราชธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระราชาธิบดีเฟลีเปที่ 6 แห่งสเปนและสมเด็จพระราชินีเลตีเซียแห่งสเปน

แม้จะยังทรงพระเยาว์แต่ทรงอยู่ในอันดับแรกของลำดับการสืบราชบัลลังก์สเปน ทำให้เมื่อแรกประสูติมีพระอิสริยยศเป็นอินฟันตาแห่งสเปน (Infanta of Spain) และเมื่อสมเด็จพระราชาธิบดีควน การ์โลสที่ 1 แห่งสเปน พระอัยกา สละราชสมบัติแก่พระราชบิดาในวันที่ 19 มิถุนายน 2557 เจ้าหญิงก็ได้รับการสถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น เจ้าหญิงแห่งอัสตูเรียส และถ้าเจ้าหญิงได้เสวยราชสมบัติเป็นสมเด็จพระราชินีนาถ ก็จะเป็นพระราชินีนาถพระองค์แรกที่มีพระนามว่า เลโอนอร์ ของประเทศสเปนที่รวมเป็นราชอาณาจักรแล้ว

เจ้าหญิงแห่งอัสตูเรียสพระองค์นี้ ประสูติเมื่อเวลา 1:46 นาฬิกา ของวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ณ คลินิกรูเบร์อินเตร์นาซิโอนัลในกรุงมาดริด ด้วยการผ่าคลอด ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ 3.5 กิโลกรัม ความยาวพระองค์ 47 เซนติเมตร พระราชวงศ์ได้ประกาศการประสูติของเจ้าหญิงผ่านข้อความ SMS พระองค์ทรงออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับพระชนกและพระชนนีเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548

เจ้าหญิงทรงเข้ารับศีลล้างบาปเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2549 ณ พระราชวังซาร์ซูเอลา จากพระคาร์ดินัล อันโตนีโอ โรว์โก บาเรลา อาร์ชบิชอปแห่งมาดริด ด้วยน้ำจากแม่น้ำจอร์แดน อันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของพระราชวงศ์สเปน เช่นเดียวกับพระบิดาเมื่อปี พ.ศ. 2511 พระองค์ทรงได้รับพระนามเพิ่มว่า เด โตโดส โลส ซานโตส (ซึ่งแปลว่า แห่งนักบุญทั้งหลาย) ซึ่งเป็นธรรมเนียมประเพณีของราชวงศ์บูร์บองของสเปน

โดยมีพระบิดาและพระมารดาทูนหัวคือ สมเด็จพระราชาธิบดีควน การ์โลสที่ 1 แห่งสเปน และสมเด็จพระราชินีโซเฟีย พระอัยกาและพระอัยยิกา

ขอขอบคุณรูปภาพจาก www.news.cn

เรียบเรียงโดย สยามนิวส์

สุดยอดคุณแม่ ที่สุดแห่งความรัก! สาวเล่าซึ้งถึงแม่ที่ตั้งท้องด้วยวัย 41 อย่างไม่ตั้งใจ กับเรื่องราวที่คละเคล้าด้วยหยดน้ำตา!

เชื่อว่าไม่มีลูกคนไหนจะมีวันนี้ได้ หากปราศจากความเสียสละของคนชื่อว่าแม่ วันนี้ทีมงานสยามนิวส์ มีเรื่องราวสุดซึ้งกินใจมาให้อ่านและลุ้นไปพร้อมๆกัน เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อ Zafiw Suthida ได้ออกมาโพสต์เล่าถึงเรื่องราวของแม่ ที่ตั้งท้องแบบไม่ตั้งใจตอนอายุ 41 โดยเธอได้ออกมาโพสต์เล่าเรื่องราวพร้อมระบุว่า

วันนี้หนูจะมาเล่าความรู้สึกของหนูนะคะ

ตอนนี้หนูเรียนอยู่ปี3แล้ว อายุย่าง21ปีแม่-1

หนูไม่ค่อยได้กลับบ้านไปหาแม่เลยค่ะ เพราะหนูจะทำงานตลอดค่ะช่วงปิดเทอม แต่ก็นานๆกลับค่ะ และครั้งนี้มันมีสิ่งผิดปกติคะ. แม่หนูผอมลง แต่ว่าท้องป๋องมากก. (ดูจากภาพสุดท้ายค่ะ) หนูเลยทักแม่ แม่ ท้องรึเปล่าทำไมท้องแหลมไปข้างหน้า55 แม่บอกจะบ้ารึไง กินยาคุมทุกวัน จะท้องได้ไง แค่ช่วงนี้. #กินทุเรียนเยอะไปหน่อย. ฮะ!! มันอ้วนมันต้องขยายข้างๆแต่นี้มันแหลมไปข้างหน้า หนูเลยบอกแม่ ไปหาหมอตรวจดูมั้ย เผื่อเป็นโรคไตรึป่าว ถ้าไม่ท้องอะ วันต่อมา ตัดสินใจซื้อที่ตรวจมาตรวจ ปรากฎว่า. #ท้องงงง. แม่-7

หนูยอมรับดีใจมาก55. แต่แม่เป็นกังวลสุดๆ. เพราะไม่รู้มาก่อน. กินกาแฟวันละ3มื้อ กินยาลดความอ้วน มีกินเบียร์บ้างบางครั้งเวลาพบเพื่อน แม่เลยไปหาหมอ หมอบอก ท้อง #5เดือนกว่าแล้ว. แต่แม่น้ำตาลในเลือดสูง แต่แม่ไม่ได้เป็นเบาหวานนะคะ พ่อหนูเป็น แม่หนูบำรุงน้องหนักมาก กินนมวันละ3กระป๋อง55. หมอนัดเจาะเลือดอาทิตย์ละ2-3ครั้ง. พอช่วงเดือนพฤศจิกายน 60วันศุกร์ที่3ตอนเย็นแม่หนูปวดท้อง เลยไปรพ.ใกล้บ้าน นอนปวดท้อง ปากมดลูกเปิดเยอะ แต่คลอดไม่ได้ เพราะเด็กตัวใหญ่ พยาบาลก็มาช่วยกันทำคลอดขึ้นขย่มดันท้องแม่เพื่อให้น้องคลอด ให้ยาเร่งคลอด แต่น้องก็ไม่คลอด แม่-4

ทำแบบนี้นานมากจนถึงช่วงดึกวันที่4 แม่บอกไม่ไหวแล้ว ทำไมไม่ผ่าให้ พยาบาลบอกหมอไม่อยู่ ติดเสาร์อาทิตย์ คืนวันเสาร์แม่เลยถูกส่งตัวไปรพ.ในเมือง ระยะทาง100กว่ากิโล แม่เล่าให้หนูฟังว่า แทบขาดใจ นึกว่าจะตายบนรถ พอไปถึงรพ.ในเมือง หมอเอาเข้าห้องผ่าตัดพอดี ประมาณ ตี5กว่าๆวันอาทิตย์ แม่ก็คลอดน้องออกมา. #4660กรัม แม่ก็เข้าไอซียู เพราะน้ำตาลในเลือดขึ้น400แม่หนูช็อค ส่วนน้องแข็งแรงปลอดภัย แต่ต้องเข้าไปอยู่ICUเด็กอ่อน เพราะแม่ยังฟื้น หนูรู้ข่าว ยอมรับว่าตกใจมาก ตัดสินใจหยุดเรียนไปเฝ้าแม่ เข้าเยี่ยมช่วงบ่าย ภาพที่เห็นครั้งแรกคือตกใจ เกิดมาหนูยังไม่เคยเห็นแม่ป่วยขนาดนี้ มีทั้งสายช่วยหายใจ ชีพจร สายน้ำเกลือ รอยเจาะเลือดเต็มไปหมดทั้งนิ้วเท้าทุกนิ้ว ข้อมือ ข้อขา. แม่-6

แม่ตัวซีดเหลืองคือหนูอยากจะร้องไห้น้ำตาคลอ แต่ก็กลั้นไว้ได้ แล้วเปลี่ยนเป็นคุยตลกกับแม่แทน 555แม่ก็ยิ้ม แม่อยู่ในไอซียู2คืน3วัน ได้ออกมาห้องธรรมดา แต่ยังลุกไปใหนไม่ได้ เพราะเจ็บแผล รอบท้องแม่ มีรอยเขียวช้ำเต็มไปหมด. ทำให้แม่ระบมไปทั้งตัว. ตอนนั้นก็อยากเห็นหน้าน้องเพราะผ่านไป5วันยังไม่มีใครเห็นหน้าน้องแม้กระทั่งแม่. เพราะห้องไอซียูเข้าได้แค่พ่อกับแม่ พ่อก็ต้องเลี้ยงน้องกับขายของอยู่ที่บ้านแม่ก็ยังเดินไม่ไหว หนูก็พูดกับแม่ตลอด. #รีบหายนะจะได้เอาน้องมาเลี้ยงกัน แม่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆจนครบ1อาทิตย์ แม่พอเดินไหวก็เลยได้ไปดูน้องครั้งแรก. คือเห็นแล้วแม่ก็อุ้มน้องมาให้ดูตรงกระจก คือน้องน่าฝัดมากก แม่ก็จะร้อง 55 วันต่อมาก็ได้ออกจากรพ.กลับบ้าน. แม่-3

เหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้หนูรู้อะไรหลายๆอย่าง รู้ว่าแม่เจ็บแค่ใหน ทำให้หนูห่วงแม่อยากกลับบ้านมากขึ้น เพราะเราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ วันนี้สบายดีพรุ่งนี้อาจไม่สบายก็ได้ และหนูก็ได้รู้ว่า. #แม่ทุกคนรักลูกมากแค่ใหน

ยาวหน่อยนะคะ55

เพิ่มเติมนะคะ

-แม่หนูอายุ41ปีค่ะ –

น้องอายุ2เดือน20วันแล้วคะหนักจะ8โลแย้ว แม่-8

อ่านแล้วก็ทำให้คิดถึงแม่กันขึ้นมาเลย กว่าเราจะโตมาขนาดนี้ไม่รู้ว่าแม่ต้องเสียเหงือเสียน้ำตาไปมากเท่าไหร ทีมงาน สยามนิวส์ของแสดงความยินดีกับทางครอบครัวของน้องด้วยนะครับ และก็ขอให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงด้วย

ขอขอบคุณ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Zafiw Suthida

เรียบเรียงโดย สยามนิวส์

จำให้แม่น ท่องให้ขึ้นใจ! สมเด็จพระพุฒาจารย์โต ฝากไว้“คุณไสยแพ้ สามประโยคสั้นๆ”ใครโดนอาถรรพ์ ทำอะไรไม่ขึ้น สวดทุกวันชีวิตดีพลัน น่าอัศจรรย์!

อาตมา (สมเด็จโต) ได้เห็นอานิสงส์ของการสวดมนตร์ด้วยตัวอาตมาเอง ในสมัยที่อาตมาได้ออกเดินธุดงค์ในป่าเป็นเวลา 15 ปี โดยอาศัยอยู่ในเขตดงพญาไฟ ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ใกล้ชายแดนของประเทศเขมร ในสมัยนั้นเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ และภูตผีวิญญาณ ตลอดจนชาวบ้าน ที่มีเวทมนต์คาถา และเล่นคุณไสยกันอยู่อย่างมากมายในอาณาบริเวณชายแดนแห่งประเทศสยามในตอนนั้น อาตมาได้เดินธุดงค์แต่เพียงลำพัง

ในช่วงนั้นอาตมามิได้ศึกษาในพระเวทมนตร์คาถาอาคมใดเลย นอกจากคำว่า

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ซึ่งมีความหมายว่า ข้าพเจ้าขอยึดมั่น พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง พระธรรมเป็นที่พึ่ง พระสงฆ์เป็นที่พึ่ง

อาตมาไปที่แห่งหนตำบลใดก็จะกล่าวเพียงคำนี้ ตลอดเวลาของจิตใจอันเป็นที่พึ่งของอาตมา อาตมาเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านชายแดนแห่งประเทศสยาม ในดงพญาไฟขณะนั้น ในหมู่บ้านมีชาวบ้านอาศัยอยู่เพียงเล็กน้อย อาตมาจึงได้ปักกลดอยู่ที่ท้ายหมู่บ้าน มีชาวบ้านนำอาหารมาถวายตามกำลังที่เขาจะพอทำได้ เมื่อเห็นมีพระภิกษุมาปักกลดในที่แห่งนั้น อาตมาอาศัยอยู่ที่นั้นเป็นระยะเวลาหลายปี

และ ณ ที่แห่งนั้น อาตมาจึงได้พบคุณวิเศษแห่งการสวดมนต์ มีชาวบ้านผู้หนึ่งได้เข้ามาสนทนากับอาตมาหลังจากได้ถวายอาหารแล้ว ชาวบ้านผู้นั้นอาตมาทราบชื่อภายหลังว่าชื่อ นายผล นายผล ได้เล่าให้อาตมาฟังว่า เขาเป็นผู้ฝึกเวทมนตร์คาถาอาคมเล่าเรียน จนมีญาณแก่กล้า และมักจะทดสอบเวทมนตร์คาถาอาคม แก่พระภิกษุสงฆ์ที่เดินทางมาปักกลด ณ บริเวณนี้เป็นประจำ เขาเล่าให้อาตมาฟังว่าเขาได้ส่งอำนาจคุณไสยเข้ามาทำร้ายอาตมาทุกคืน แต่ไม่ได้หวังทำร้ายเป็นบาปเป็นกรรมถึงตาย เพียงแต่ต้องการทดสอบดูว่าภิกษุรูปนั้น จะมีวิชาอาคมแก่กล้าสามารถที่จะต่อสู้กับคุณไสยเขาได้หรือไม่ นายผลก็ได้ทำคุณไสยใส่อาตมาถึง 7 วัน เต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยควายธนู หรือปล่อยหนังควาย ปล่อยตะขาบ ตลอดจนภูติพรายเข้ามาทำร้ายอาตมา แต่ปรากฏสิ่งที่ปล่อยมา ก็ไม่สามารถเข้ามาทำร้ายอาตมาได้เลย วันนี้จึงได้มากราบเพื่อสนทนาแลกเปลี่ยนวิชาความรู้กับอาตมา

อาตมาจึงได้บอกว่าตัวอาตมาเองไม่ได้ศึกษาพระเวทมนตร์คาถาหรือคุณไสยใด นายผลก็ไม่ยอมเชื่อหาว่าอาตมาโกหก ถ้าหากไม่มีของดีแล้วไซร้ไฉนอำนาจคุณไสยดำที่เขาส่งมา จึงกลับมายังเขา ซึ่งเป็นผู้กระทำ ไม่สามารถทำร้ายอาตมาได้อาตมาก็พยายามชี้แจงให้เขารู้ว่า

อาตมาไม่มีวิชาเหล่านี้จริง ๆ ทำให้นายผลสงสัยยิ่งนักว่าเหตุใดอาตมา จึงไม่ได้รับภัยอันตรายจากอำนาจเวทมนตร์คุณไสยดำที่เขาส่งมาทำร้ายได้ อาตมาได้บอกกล่าวแก่เขาว่า

เมื่ออาตมาจะนอน อาตมาก็จะสวดแต่คำว่า

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

จนจิตมีความสงบนิ่งแล้ว จึงได้แผ่ส่วนกุศลไปให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย จงอย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลยอย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย อย่าได้เบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย

และอาตมาก็จำวัดนอนเป็นปกติ

นายผล เมื่อได้ฟังดังนั้น จึงได้บอกแก่อาตมาว่า ข้าแต่ท่านอาจารย์ ถ้าเช่นนั้น ข้าพเจ้าขอร้องให้ท่านในวันนี้ ก่อนที่ท่านจะจำวัดจงหยุดการสวดมนต์สัก 1 คืนได้หรือไม่ ข้าพเจ้าต้องการจะพิสูจน์ว่าการสวดมนตร์ของท่านเช่นนี้

จะเป็นเกราะคุ้มครองภัยท่านหรือเป็นเพราะอำนาจเวทมนตร์คาถา ในภูตผีปิศาจ ของข้าพเจ้าเสื่อมกันแน่ ข้าพเจ้าขอรับรองว่า จะไม่ทำอันตรายแก่ท่านอาจารย์อย่างเด็ดขาด เพียงแต่ต้องการที่จะทดสอบให้ความรู้แจ้งเห็นจริงว่าเกิดอะไรขึ้น

อาตมาก็ตกลงรับปากแก่นายผลว่า คืนนี้จะไม่ทำการสวดมนต์ นายผลจึงได้ลากลับไป

ครั้นถึงเวลาพลบค่ำอาตมาก็นอนโดยมิได้ทำการสวดมนตร์ ตามที่ได้ปฎิบัติเป็นปกติ เมื่ออาตมานอนหลับไป อาตมารู้สึกตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าอาตมาได้ยินเสียง กุกกัก กุกกัก ดังขึ้นมา จึงได้จุดเที่ยนและพบตะขาบใหญ่ ยาวเท่าขาของอาตมากำลังเลื้อยเข้ามาอยู่ใกล้ตัว ของอาตมามาก อาตมารู้สึกตกใจถึงหน้าถอดสี และด้วยสัญชาติญาณจึ่งกล่าวคำสวดมนต์

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ

ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ

สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ

ด้วยจิตยึดมั่นในพระพุทธองค์เป็นที่พึ่งเป็นเวลานานเท่าใดไม่ทราบได้ เสียงกุกกักและตะขาบที่อยู่ข้างหน้าก็อันตรธานหายไป จากนั้นอาตมาจึงได้จำวัดนอนเป็นปกติ

ในวันรุ่งขึ้น นายผลก็มาหาอาตมาและได้กล่าวว่า เมื่อคืนนี้ข้าพเจ้า ได้ปล่อยตะขาบเข้าไปในกลดที่ท่านพักพำนักอยู่ อาตมาบอกว่าอาตมาได้ตื่นมาและตกใจ

จึงได้สวดมนต์ภาวนา ตะขาบตัวนั้น ก็อันตรธานหายไป

นายผลจึงได้ยกมือพนมขึ้น แล้วกล่าวว่า

บัดนี้ข้าพเจ้าเชื่อแล้วว่า อำนาจเวทมนตร์คาถา และคุณไสยใดๆ ของข้าพเจ้ามิอาจทำร้ายท่านได้ ก็เพราะอำนาจแก่การสวดมนตร์ภาวนาของท่าน เป็นเกราะคุ้มครองภัยอันตรายต่างๆ ได้

ที่อาตมา (สมเด็จโต) ได้เล่าให้ท่านทั้งหลายในที่นี้ได้ฟังกัน เพื่อให้เป็นอานิสงส์ของการสวดมนตร์ว่า

เหล่าพรหมเทพได้มาฟังการสวดมนตร์จริงดังที่อาตมาได้เทศน์ไว้ เพราะถ้าไม่ใช่เหล่าพวกพรหมเทพแล้วไซร้ ก็คงไม่สามารถที่จะขับไล่สิ่งที่เกิดจากอำนาจคุณไสย ที่นายผลส่งมาเล่นงานอาตมาได้อย่างแน่นอน

ท่านเจ้าพระยา และ อุบาสก อุบาสิกา ในที่นั้น เมื่อได้ฟังคำเทศนาแล้วต่างก็ยกมือขึ้นสาธุว่า อานิสงส์ของการสวดมนตร์มีคุณค่าสูงส่งยิ่งนัก

“ เรื่อง อานิสงส์ของการสวดมนต์ ”

เทศนาโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ดังปรากฏในงานของท่านเจ้าพระยาสรรเพชรภักดี จางวางมหาดเล็กในรัชกาลที่ 4 ที่ได้นิมนต์เจ้าประคุณสมเด็จโต มาเทศน์ที่บ้านครั้นพลบค่ำ

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตพร้อมลูกศิษย์ได้เดินทางจากวัดระฆัง มายังบ้านของท่านเจ้าพระยาสรรเพชรภักดี

ซึ่งในขณะนั้นมีอุบาสก อุบาสิกา นั่งพับเพียบเรียบร้อยกันเป็นจำนวนมาก ด้วยต้องการสดับรับฟังการเทศน์ของท่านเจ้าประคุณ ณ ที่เรือนของท่านเจ้าพระยา เจ้าประคุณสมเด็จโต ได้ขึ้นนั่งบนธรรมาสน์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

จึงกล่าวบูชาพระรัตนตรัย เมื่อจบแล้ว ท่านจึงเทศน์

“ เรื่อง อานิสงส์ของการสวดมนต์ ”

ท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ได้กล่าวว่ายังมีคนส่วนใหญ่เข้าใจว่า การสวดมนต์มีประโยชน์น้อย และเสียเวลามากหรือฟังไม่รู้เรื่อง ความจริงแล้วการสวดมนต์มีประโยชน์อย่างมากมาย เพราะการสวดมนต์เป็นการกล่าวถึงคุณงามความดี ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ว่าพระองค์ท่านมีคุณวิเศษอย่างไร พระธรรมคำสอนของพระองค์มีคุณอย่างไร และพระสงฆ์อรหันต์อริยะเจ้ามีคุณเช่นไร การสวดมนต์ด้วยความตั้งใจจนจิตเป็นสมาธิ แล้วใช้สติพิจารณา จนเกิดปัญญาและความรู้ความเข้าใจ

ประโยชน์สูงสุดของการสวดมนต์นั่นคือ จะทำให้ท่านเป็นผล จนสำเร็จเป็นพระอรหันต์

ที่อาตมากล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานปรากฏในพระธรรมคำสอนที่กล่าวไว้ว่า โอกาสที่จะบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์มี 5 โอกาสด้วยกันคือ

เมื่อฟังธรรม

เมื่อแสดงธรรม

เมื่อสาธยายธรรม นั่นคือ การสวดมนต์

เมื่อตรึกตรองธรรม หรือเพ่งธรรมอยู่ในขณะนั้น

เมื่อเจริญวิปัสสนาญาณ

การสวดมนต์ในตอนเช้าและในตอนเย็นเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล

พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนาบรรดาพุทธบริษัททั้งหลาย ต่างพากันมาเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ โดยแบ่งเวลาเข้าเฝ้าเป็น 2 เวลา นั่นคือ ตอนเช้าเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า เพื่อฟังธรรม ตอนเย็นเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรม

การฟังธรรมเป็นการชำระล้างจิตใจ ที่เศร้าหมองให้หมดไป เพื่อสำเร็จสู่มรรคผลพระนิพพาน

การสวดมนต์นับเป็นการดีพร้อมซึ่งประกอบไปด้วยองค์ทั้ง 3 นั่น คือ

กาย มีอาการสงบเรียบร้อยและสำรวม

ใจ มีความเคารพนบนอบต่อคุณพระรัตนตรัย

วาจา เป็นการกล่าวถ้อยคำสรรเสริญถึงพระคุณอันประเสริฐ ในพระคุณทั้ง 3 พร้อมเป็นการขอขมา ในการผิดพลาด

หากมีและกล่าวสักการะเทิดทูนสิ่งสูงยิ่ง ซึ่งเราเรียกได้ว่าเป็น การสร้างกุศล ซึ่งเป็นมงคลอันสูงสุดที่เดียวอาตมาภาพ ขอรับรองแก่ท่านทั้งหลายว่า

ถ้าหากบุคคลใดได้สวดมนต์เช้าและเย็นไม่ขาดแล้ว บุคคลนั้นย่อมเข้าสู่แดนพระอรหันต์อย่างแน่นอน

การสวดมนต์นี้ ควรสวดมนต์ให้มีเสียงดับพอสมควร ย่อมก่อให้เกิดประโยชน์แก่จิตตน และประโยชน์แก่จิตอื่น

*ที่ว่าประโยชน์แก่จิตตน คือ เสียงในการสวดมนต์จะกลบเสียงภายนอก ไม่ให้เข้ามารบกวนจิต ก็จะทำให้เกิดความสงบอยู่กับบทสวดมนต์นั้น ๆ ทำให้เกิดสมาธิและปัญญา เข้ามาในจิตใจของผู้สวด

*ที่ว่าประโยชน์แก่จิตอื่น คือ ผู้ใดที่ได้ยินได้ฟังเสียงสวดมนต์จะพลอยได้เกิดความรู้เกิดปัญญา มีจิตสงบลึกซึ้งตามไปด้วย

ผู้สวดก็เกิดกุศลไปด้วยโดยการให้ทานโดยทางเสียง เหล่าพรหมเทพที่ชอบฟังเสียงในการสวดมนต์ มีอยู่จำนวนมาก ก็จะมาชุมนุมฟังกันอย่างมากมาย

เมื่อมีเหล่าพรหมเทพเข้ามาล้อมรอบตัวของผู้สวดอยู่เช่นนั้น ภัยอันตรายต่าง ๆ ที่ไหนก็ไม่สามารถกล้ำกลายผู้สวดมนต์ได้ ตลอดจนอาณาเขตและบริเวณบ้านของผู้ที่สวดมนต์ย่อมมีเกราะแห่งพรหมเทพและเทวดา ทั้งหลายคุ้มครองภัยอันตราย ได้อย่างดีเยี่ยม

ดูก่อน.. ท่านเจ้าพระยาและอุบาสก อุบาสิกาในที่นี้

การสวดมนต์เป็นการระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณเมื่อจิตมีที่พึ่งคือ คุณพระรัตนตรัย ความกลัวก็ดี ความสะดุ้งกลัวก็ดี และความขนพองสยองเกล้าก็ดี ภัยอันตรายใด ๆ ก็ดี จะไม่มีแก่ผู้สวดมนต์นั่นแล

ทำมาตั้งแต่รุ่นพ่อ รุ่นแม่ แต่ไม่เคยเจอ! วิจารณ์สนั่น ตั้งด่านตรวจ จับ เคียวตัดหญ้าวัวชน แถมถูกตั้งข้อหา เสียค่าปรับ ลั่นดีใจที่ไม่พก จอบ เสียม มาด้วย!

กลายเป็นกระแสดราม่าเล็กๆที่เกิดขึ้นในโซเชียล แต่เรื่องเล็กนี้อาจจะกลายเป้นกระแสและการตั้งคำถามว่า เคียวเกี่ยวหญ้า นับเป็นอาวุธด้วยหรือไม่ เมื่อ วันที่ 30 ม.ค.61 ในเฟสบุ๊ก สามารถ หวานหู โพสต์ข้อความภาพ บอกเล่าประสบการณ์สดๆ ร้อนๆ ที่เจอมากับตัว เกี่ยวหญ้าเลี้ยงวัว มาตั้นแต่รุ่นพ่อรุ่นแม่ก้ไม่เคยเจออะไรแบบนี้ โดยในโพสต์มีรายละเอียดว่า

ตำรวจ สภ.เชียรใหญ่ ภ.จว นศ.ตั้งด่านตรวจ จับ “เคียว”ตัดหญ้าวัวชนตั้งข้อกล่าวหา “พกพาอาวุธ” ของมีคมเขียนใบสั่งปรับ 100 บาทควาญวัว ตกใจ งงเป็นไก่ตาแตกวิจารณ์แซด…เป็นใบสั่งแรกของ “โลก”ที่จับ..”เคียวตัดหญ้า”ข้อหา “พกพาอาวุธ ” ของมีคมควาญวัวกล่าว..ดีใจเนื้อเต้นดีนะที่ไม่พก จอบ เสียม ป่ายหญ้า พร้า ขวาน ไปด้วยมิฉะนั้น คงโดนหลายข้อหาแน่ข่าวจับ…”

เคียวตัดหญ้า” กระฉ่อนไฟลามทุ่งฮือฮา..กันทั้งอำเภอต่างชื่นชม…ความเด็ดขาด ของตำรวจเชียรใหญ่ตามคำขวัญ…ตำรวจคือมิตรประชาชนต่างยกย่อง ผกก.เชียรใหญ่ เข้มแข็ง เข้มข้นที่ป้องกัน…อาชญากรรม “นำเคียวปาดคอคน”ชาวเชียรใหญ่…เก็บ “เคียว” หยบ..กันจาละหวั่นหันมาใช้ “ขวาน” ตัดหญ้าให้วัว…กันถ้วนหน้าบางคนกลัวหนัก…ถึงกับต้อง”ถอน”หญ้าให้วัวสิ่งมหัสจรรย์อุบัติขึ้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาณ.จุดตั้งด่านข้างโรงพยาบาลเชียรใหญ่

จึงขอประกาศเตือนชาวเชียรใหญ่ทั้งมวล ทั้งอำเภอหากจะเดินทางไป “ตัดหญ้า” ให้วัวให้ใช้ “เลื่อย” ที่ไม่มี “ซี่เลือย” เป็นอุปกรณ์ตัดหญ้าแล้วทุกคนจะไม่ถูกจับ ถูกปรับเอวังก็มี…ด้วยประการะฉะนี้ ภาพประกอบเป็น “เคียว”ที่ถูกจับ (ผู้แสดงเป็น “ดารา” มาจาก “ฮอนลีวู๊ด”)ห้ามตามจับ…เด็ดขาด

ขอขอบคุณ เฟสบุ๊ก สามารถ หวานหู

เรียบเรียงโดย สยามนิวส์

กระเทียมเหลือไม่ต้องทิ้ง! “ปลูกกระเทียม” เองง่ายๆขอแค่มี “ขวดน้ำ”ทั้งประหยัดและสวยงามแปลกตา และมีกระเทียมกินไม่ขาดตลอดปี!

กระเทียมนับเป็นเครื่องเทสที่ขาดไม่ได้ในครัวเรือ อีกอย่างยังมีประโยชอย่ามหาศาลด้วย ประโยชน์ของกระเทียมในทางตรงก็คือเป็นส่วนประกอบของอาหารคาวได้หลากหลายมาก ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด ส่วนประโยชน์ทางอ้อมก็คือสรรพคุณของกระเทียมในด้านยาและการป้องกันรักษาโรคนั่นเอง ซึ่งกระเทียมสามารถให้ประโยชน์ต่อร่างกายของเราในหลายๆด้านอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งคนโบราณยังใช้กระเทียมในการรักษาโรคผิวหนังจำพวกกลากเกลื้อน ประโยชน์ของกระเทียมเพิ่มเติมคือช่วยรักษาแผลที่เน่าเปื่อยและเป็นหนอง ป้องกันโรคเบาหวาน และช่วยขจัดพิษสารตะกั่ว

แต่เรามักจะประสบปัญหาหนึ่งก็คือการเก็บรักษา เวลาซื้อมาเยอะๆ วันนีเราจึงมีทางเลือกมาให้ลองทำดู สำหรับการปลูกกระเทียมไว้กินเองในบ้าน ขอย้ำว่า ในบ้านเลยนะครับ

การปลูกกระเทียมแบบไฮโดรโปนิกส์นั้นขึ้นอยู่กับช่วงระยะเวลา เดือนที่ 9-10 คือช่วงเพาะปลูกช่วงฤดูใบไม้ร่วง เดือนที่ 11 ถึงเดือนที่ 1 ในปีถัดไปเป็นการเพาะปลูกในช่วงฤดูหนาว และช่วงเดือน 2 ของปีเป็นกาะเพาะปลูกของช่วงฤดูใบไม้ผลิ การปลูกในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้นจะดีที่สุด ส่วนช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นไม่ค่อยดี

ข้อที่ควรเอาใจใส่เมื่อปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์

1. เมื่อปอกเปลือกกระเทียมเพื่อปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ส่วนที่อยู่ด้านล่างสุดของกระเทียมนั้นต้องมีติดมาด้วยเสมอ ส่วนที่เป็นฐานแบนๆนี้เปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของกระเทียม ถ้าไม่มีส่วนนี้ การปลูกไฮโดรโปนิกส์ก็จะไม่มีความหมาย เพราะว่าส่วนของฐานนี้ก็คือรากของกระเทียมนั้นเอง ที่จะทำให้ใบงอกเงยยาวออกไปได้ ถ้าไม่มีราก กระเทียมไฮโดรโปนิกส์ก็จะไม่สามารถเจริญงอกงามได้เลย

2. ส่วนของภาชนะที่จะมาใช้ปลูก จะใช้ขนาดใดก็ได้ จะโปร่งใสหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ก้นของภาชนะจะลึกขนาดไหนก็ได้ จะเป็นขวดเครื่องดื่มขนาดเล็ก จานชามสแตนเลส หรือจะเป็นอ่างล้างชามเก่า ก็ได้เช่นกัน

ปกติแล้ว ถ้าปลูกช่วงฤดูใบไม้ร่วงหรือฤดูหนาวจะใช้เวลาในการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ประมาณ 60 กว่าวัน แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูใบ้ไม้ผลิจะใช้เวลาแค่ 40 กว่าวัน ก็จะเติมโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยว (สังเกตุว่าจะมีใบทั้งหมด5ใบในต้นเดียว) ปกติจะเก็บเกี่ยวทีละ2ต้น ถ้ายึดตามการปลูกนี้ แต่บางทีก็อาจจะเก็บเกี่ยวเมื่อมีใบขึ้น 2-3 ก็ได้เช่นกัน ซึ่งเมื่อปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์จะสามารถเก็บกระเทียมทั้งหมดได้อยู่ที่ราว 6-7 ต้นเลยทีเดียว หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วต้องนำรากออกไปให้หมดด้วย (ในตอนนี้สารอาหารในกลีบกระเทียมนั้นไม่มีเหลือแล้ว ถึงจะปลูกต่อไปก็ไม่สามารถเจริญเติบโตไปได้มากกว่านี้) ให้เหลือต้นอ่อนไว้ โดยต้องมีกลีบกระเทียมเหลือไว้ และให้มีใบอ่อนยาวออกมาสัก 2-3 มิลลิเมตร ถ้าใช้วิธีในการเก็บเกี่ยวแล้ว วันหลังก็จะสามารถนำกระเทียมมาปลูกใหม่ได้

วิธีการเพาะปลูกดูแล (ต้องให้อุณหภูมิห้องอยุ่ระหว่าง 10-25 องศา และมีแสงส่องเข้ามาถึง) การปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ในช่วงต้น (0-5วันแรก)

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้กลีบกระเทียมมีรากงอกออกมา ให้แค่น้ำ และไม่ต้องเปลี่ยนน้ำ โดยทั่วไปแล้วการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ 5 วันแรกเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและควรระมัดระวังมากที่สุด

5-45 วัน

ช่วงแวลานี้รากของกระเทียมเริ่มแข็งแรงแล้ว การดูแลรักษาก็เริ่มง่ายขึ้น การเปลี่ยนน้ำก็สามารถทำได้แล้ว แนะนำว่า 5-7 วันจึงค่อยเปลี่ยนน้ำทีหนึ่ง ปกติแล้วหลังจากการปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ 2 สัปดาห์ ก็จะสามารถเห็นผลที่น่าพึงพอใจได้ (ต้นกระเทียมเริ่มเติบโตเป็นรูปเป็นร่าง) ถ้าปล่อยให้เติบโตอย่างเต็มที่ ปลูกไปอีกสัก 25-35 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาการปลูกที่เหมาะสมที่สุด ก็สามารถเก็บหัวกระเทียมได้ โดยให้เหลือกลีบกระเทียบกับรากไว้บางส่วน ก็จะสามารถปลูกต่อไปใหม่ได้

45 วันหลังจากการปลูก

ช่วงเวลานี้ คือการปลูกกระเทียมช่วงระยะเวลาที่2 (การหน้านั้นคือปลูกแล้วเก็บผลผลิตไปแล้วรอบหนึ่ง) ช่วงเวลานี้รากของกระเทียมมักจะมีตะไคร่น้ําเกิดขึ้น เมื่อเวลาเปลี่ยนน้ำ ให้ทำความสะอาดรากของมันอย่างน้อย 1-2 ครั้งด้วย และช่วงเวลานี้ยังกลีบกระเทียมยังง่ายต่อการเน่าหรือหดตัวลง หากพบ ให้นำไปทิ้งทันที

นอกจากนั้น การปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ยังมักส่งกลิ่น วิธีแก้ไขปัญหาก็คือให้หมั่นเปลี่ยนน้ำอยู่บ่อยๆ (ตอนแรกนั้นควรเปลี่ยนน้ำทุก5-7วัน แต่ตอนนี้ควรเปลี่ยนทุก2-3วัน) เวลาเปลี่ยนน้ำ ให้ดึงต้นที่เน่าหรือหดตัวทิ้งไปด้วย

สุดท้ายแล้ว เมื่อต้นกระเทียมต้นสุดท้ายเติบโตสมบูรณ์ ก็สามารถเก็บรากไปทิ้งได้แล้ว เมื่อตอนเก็บราก การปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ก็สิ้นสุดลงแล้ว

การปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์ ถ้าได้ปลูกหลายๆแปลง มีเวลาดูแลเอาใจใส่แล้ว เราก็จะสามารถรับประทานกระเทียมที่สดใหม่ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ยังได้ชื่นชมช่วงต่างๆของการเจริญเติบโตของกระเทียมได้อีกด้วย นับว่าเป็นความสุขทางกายและใจจริงๆ

คนจะถึงคราวรวยช่วยไม่ได้! หมอแอ้เผย “3 วันเกิด” มีเกณฑ์ รับโชคใหญ่ ระวัง.. “จะถูกหวยรวยทรัพย์ อาจได้เป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืน”!

เรื่องราวของอนาคตนั้นเป็นสิ่งที่เราทุกคนนั้นล้วนแล้วแต่ที่จะอยากรู้ เพื่อแก้ไขปัจจุบันของตนเองให้ดีขึ้น จนบางคนนั้นอาจลืมมองไปว่า การทำสิ่งที่ดีที่สุดในทุกๆวันนี้ คือการส่งผลดีนั้นเอง แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่ความเชื่อของแต่ละบุคคล ดังนั้นศาสตร์แห่งการดูดวงถือว่าเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน และหากให้เอ่ยถึงสิ่งของการทำนายดวงที่เรานั้นพบเห็นกันเป็นจำนวนมากนั้นก็คือ ไพ่ยิปซี นั้นเอง และหากใครที่กำลังอยากที่จะรู้เรื่องราวของตนเองในอนาคตแล้วล่ะก็ วันนี้เราจะมีเรื่องราวของดูดวงสุดปังมาให้ได้ชมกัน

“หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน” เจ้าพ่อแห่งศาสตร์ไพ่ทาโร่ต์ เริ่มศึกษาไพ่ยิปซีจากตำราของขุนทอง อัสุนี ใช้เวลาภายใน 4 ชั่วโมง สามารถจำความหมายได้ทั้งหมด จึงได้รู้ถึงพรสวรรค์ของตัวเอง แต่มีวิธีคิดที่แตกต่างจากตำรา จึงสร้างตำราวิธีพยากรณ์ขึ้นมาใหม่ให้เหนือกว่าหรือเรียกว่าประยุกต์ศาสตร์เดิมให้เป็นศาสตร์ไพ่ทาโร่ต์ตามของตนเอง

ล่าสุดทางด้าน “หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน” ได้เปิดเผยหลังจากที่ได้เปิดไพ่ออกมาแล้ว ใครเกิด 3 วันนี้? มีเกณฑ์จะได้รับโชค แถมกำลังจะหมดหนี้ หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง จะร่ำรวยมหาศาล เป็นเศรษฐีในไม่ช้า ซึ่งได้แก่วัน…

วันพุธ ได้ไพ่ 6 ถ้วย

หมายถึงธุรกิจเก่าจะมีการปรับโครงสร้างใหม่ ให้กลับมารุ่งอีกครั้ง โดยการเพิ่มหุ้นส่วนใหม่ หรือรอแหล่งเงินทุน ที่จะส่งผลต่อธุรกิจ เรียกได้ว่าตั้งตัวได้เลย

วันศุกร์ได้ไพ่ 7 เหรียญ

หมายถึงกำลังอยู่ในช่วงสร้างเนื้อสร้างตัว จึงทำธุรกิจในรูปแบบเงินสด แม้จะไปแบบช้าๆ แต่จะมั่นคง เพราะเป็นธุรกิจที่ไม่มีหนี้สินใช้ เหมาะกับธุรกิจประเภทซื้อมาขายไป อาจช้าหน่อยแต่ถึงเส้นชัยเเน่ๆ

วันอาทิตย์ ได้ไพ่ราชาถือเหรียญนั่งบัลลังก์

 

หมายถึงเรื่องธุรกิจ กิจการ การค้า การเก็งกำไร หรือการเล่นหุ้น อยู่ในเกณฑ์รวยโคตรๆ ต่ำๆ ก็ระดับ 8 หลัก แต่ถ้าจังหวะโอกาสดีๆ อาจไปถึงร้อยล้านได้

ที่มา หมอแอ้ เดอะเมจิกแมน

เปิดดวง 5 ราศี มีเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ บุญหล่นทับเป็นเศรษฐี โชคใหญ่มาแน่งวดนี้!

มาอีกแล้วจ้า สำหรับใครที่มีความชื่นชอบในเรื่องการดูดวง วันนี้สยามวาไรตี้มีคำทำนายทายทักดีๆมาฝากมาฝาก เรียกได้ว่า เป็นคำทำนายทายทัก ว่าด้วยเรื่องของดวงชะตากับ ความเชื่อ หรือบางคนนั้นก็อยากที่จะรู้อนาคตเพื่อจะได้แก้ไขปัจจุบันของตัวเองให้ดีที่สุด ดังนั้นคนส่วนใหญ่จึงชอบเสี่ยงดวงเสี่ยงโชคเพื่อรอโชคชะตาให้เข้าข้างเรา สยามวาไรตี้จะพาไปดู 5 ราศรี ที่จะมีเกณฑ์ถูกหวย รวยเป็นเศรษฐีในพริบตา

1.ราศีพิจิก (24 ต.ค. – 22 พ.ย.)

2.ราศีธนู (23 พ.ย. -21 ธ.ค.)

เป็นความเชื่อส่วนบุคคล

3.ราศีเมษ (21 มี.ค. – 20 เม.ย.)

4.ราศีกรกฎ (22 มิ.ย. – 23 ก.ค.)

5.ราศีตุลย์ (24 ก.ย. – 23 ต.ค.)

สยามวาไรตี้ก็ขอให้เฮงๆรวยๆกันนะคะ

นับเป็นบุญที่ได้เห็น! เจ้าชายลามะน้อยภูฏาน 3 ชันษา ทรงระลึกชาติได้ 800 ปี เสด็จเยือนไทยไทย ขึ้นสักการะภูเขาทอง

วันที่ 31 ม.ค. สมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พระมาตุจฉาใน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก แห่งภูฏาน พร้อมด้วยพระธิดา และรินโปเชลามะน้อย เจ้าชายราชวงศ์ภูฏาน เสด็จฯ ไปยังวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร โดยมีพระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร รับเสด็จ

สำหรับ รินโปเชลามะน้อย เป็นเจ้าชายราชวงศ์ภูฏาน ชันษา 3 ปี เป็นพระโอรสของเจ้าหญิง พระธิดา ของสมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก มีความสามารถในการระลึกชาติได้ โดยลามะน้อย เมื่อครั้งเสด็จเยือน มหาวิทยาลัยนาลันทา ประเทศอินเดีย ทรงจำได้ว่า เมื่อ 824 ปี ก่อน ทรงเป็นอาจารย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ และทรงจำสถานที่ต่างๆ ได้อย่างแม่นยำแม้แต่ห้องเรียนของพระองค์เอง

โอกาสนี้ สมเด็จพระราชินีอาชิ เชริง เป็ม วังชุก พระมาตุจฉาใน สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี ซิงเย วังชุก แห่งภูฏาน พร้อมด้วยพระธิดา และรินโปเชลามะน้อย เสด็จขึ้นไปสักการะบูชา พระบรมสารีริกธาตุ ณ บรมบรรพต ด้วย

ขอบคุณที่มา วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร