มันมาแล้ว! พรุ่งนี้ร้อนจัดไม่พอ เจอฝนถล่มด้วย พื้นที่ต่อไปนี้เตรียมรับมือ

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศว่า ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบน มีฝนลดลงกับมีอุณหภูมิสูงขึ้นและมีอากาศร้อน สำหรับบริเวณภาคใต้มีฝนบางพื้นที่ ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา ลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้าปกคลุมประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนขึ้นไปปกคลุมประเทศลาวตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง กับมีอุณหภูมิสูงขึ้น ส่วนภาคใต้มีฝนบางพื้นที่

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 17:00 วันนี้ ถึง 17:00 วันพรุ่งนี้
ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 15-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-35 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี และสระบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน อุณหภูมิต่ำสุด 19-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ทำดีไม่ได้ดี! จนท.ป่าไม้ ตัดพ้อถูกเค้นสอบปมเสี่ยเปรมชัย ซ้ำมีแววนอนคุกซะเอง ลั่นเกิดอะไรขึ้นกับพวกผม

ความคืบหน้าจากกรณี นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกอีก 3 คน ถูกจับกุมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร พร้อมของกลางซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และอาวุธปืน ก่อนประกันตัวออกมาด้วยวงเงิน คนละ 150,000 บาท ทั้งยังมีกระแสข่าวออกมาว่านายเปรมชัยอาจมีสิทธิ์หลุดคดีได้นั้น

ล่าสุด (27 กุมภาพันธ์ 2561) นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เตรียมข้อมูลหลักฐานเพื่อส่งให้พนักงานสอบสวนอย่างต่อเนื่อง และไม่กังวลว่าคดีจะหลุดหรือไม่ มั่นใจในหลักฐานว่าจะสามารถเอาผิดได้แน่นอน ในส่วนที่ นายวิเชียร ชินวงศ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ถูกเรียกสอบนั้น ก็เป็นไปตามกระบวนการ เพราะถึงอย่างไรความถูกต้องก็คือความถูกต้อง

ต่อมาทีมข่าวอมรินทร์ ทีวี ได้ลงพื้นที่มายัง ต.คุ้งพยอม อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พบกับภรรยาของ นายยงค์ โดดเครือ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีร่วมกับนายเปรมชัย โดยเจ้าตัวปฏิเสธให้สัมภาษณ์ บอกแต่เพียงว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องคดีความ ส่วนนายยงค์ไปทำงานที่กรุงเทพฯ จะกลับบ้านช่วงวันเสาร์-วันอาทิตย์ เท่านั้น และตนไม่รู้ว่านายยงค์ยังทำงานกับนายเปรมชัยอยู่หรือไม่

ด้าน ป้ามาลี เพื่อนบ้าน กล่าวว่า ตนเพิ่งเจอนายยงค์เมื่อไม่นานมานี้ เห็นเดินพูดคุยทักทายกับเพื่อนบ้านคนอื่น ๆ แต่ไม่ทราบว่าคุยเรื่องอะไรกันบ้าง เพราะตนไม่เคยไปยุ่งเรื่องของเขา พร้อมกับบอกว่า “คนรวยเขาไม่สนใจอะไรกับคนจน ๆ อย่างฉันหรอก จะเจอก็ตอนเวลาเขากลับมาบ้านเท่านั้น”

ขณะที่ นางแจ๋ว เจ้าของร้านขายของชำ ซึ่งเป็นร้านประจำที่นายยงค์มักมานั่งคุย เล่าว่า ตนเพิ่งเจอนายยงค์ล่าสุดที่งานวันพระใหญ่ของตำบล เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งนายยงค์ก็เข้ามาช่วยงานเป็นอย่างดี แต่ทุกคนก็ไม่ได้สอบถามอะไรเกี่ยวกับคดี เปรมชัย กรรณสูต

ส่วน เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่เข้าเวรประจำอยู่ เปิดเผยว่า หัวหน้าและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกเรียกเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ส่วนกรณีที่คดีกำลังพลิก คล้ายกับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะแจ้งข้อหาเจ้าหน้าที่ป่าไม้เรื่องของการละเว้นปฏิบัติหน้าที่นั้น ตนขอยืนยันว่า ในวันเกิดเหตุทุกคนต่างปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มที่ ไม่ได้ปล่อยปละละเลย แต่ทำไมถึงกลับถูกตั้งข้อหาว่าละเลยการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งทุกคนเข้ามาทำงานที่นี่ เพราะรักป่าและอยากอนุรักษ์สัตว์ด้วยกันทั้งนั้น อยากให้เห็นใจพวกตนบ้าง การทำงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ค่าตอบแทนไม่ได้สูง แต่วันนี้หัวหน้าและลูกน้องต้องถูกเค้นสอบกันมาหลายวันแล้ว “มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกผม”

ขอขอบคุณ ภาพและข้อมูลจาก รายการทุบโต๊ะข่าว

สุดติ่งกระดิ่งแมว!! จัดมาอีกชุด รวมภาพฮาสุดติ่งที่บอกได้คำเดียว ว่าเราจะไม่ยอมเห็นรูปนี้คนเดียว

วันนี้สยามวาไรตี้ก็มี ภาพสุดฮามาฝากเพื่อนๆกันอีกเช่นเคย เย็นๆแบบนี้สยามวาไรตี้ว่าเพื่อนๆคงอยากจะดูอะไรที่คลายเครียด สยามวาไรตี้เลยจัด รวมภาพฮาสุดติ่ง ที่บอกได้คำเดียวขำจนท้องแข็ง เราไปดูกันดีกว่าว่าจะฮาขนาดไหนไปกันเลย

อยากเจอแบบนี้

รับสักใบไหม

ไม่เก็บก็ได้นะ

ละสรุปลูกไหน

โป๊ะแตกเต็มๆ!! หลังกองปราบบุกค้นบ้าน “เจ๊บ้าบิ่น” ตะลึงหนักเจอโพยท่องบทให้การหวย 30 ล้าน (รายละเอียด)

ข่าวด่วนจ้า ข่าวด่วน ทีมงานได้รับรายงานว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุมนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ที่ จ.กาญจนบุรี ก่อนคุมตัวเข้าไปสอบปากคำที่กองปราบปราม กทม.

ซึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นที่บ้านของเจ๊บ้าบิ่น พบหลักฐานสำคัญเป็นโพยกระดาษเขียนข้อความคำให้การว่า “ลอตเตอรี่ชุดดังกล่าว ตนไปรับมาจากเจ๊พัช และก็ขายต่อให้กับครูปรีชา ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกรางวัลที่แท้จริง” ซึ่งคล้ายกับข้อความที่ใช้ในการใช้ท่องจำ เพื่อใช้พูดให้การกับเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

สำหรับคดีดังกล่าวหลังตำรวจกองปราบปรามสอบปากคำทั้ง 2 คน ก็ได้คัดค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน และมีอำนาจควบคุมตัวได้ 48 ชั่วโมง

งานนี้โป๊ะแตกเต็มๆจ้า เอาเป็นว่าหากเจออะไรคืบหน้าอีกจะรีบมารายงานทันทีแบบด่วนจี๋เลยจ้า

เคราะห์ซ้ำ กรรมซัด!! โดนอีกดอก คุรุสภาเตรียมครูปรีชาเข้าข่ายทำผิดจรรยาบรรณ อาจนำไปสู่ความเสื่อมเสียของวิชาชีพครู จ่อถอนใบอนุญาต

นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ถูกออกหมายจับดำเนิน 3 ข้อหา ในคดีหวย 30 ล้าน ว่า ขณะนี้ถือว่านายปรีชายังไม่มีโทษ เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่เมื่อปรากฏเป็นข่าวและสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และอาจนำไปสู่ความเสื่อมเสียของวิชาชีพครู ดังนั้น ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ ตนจะหารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย เพื่อรวบรวมข้อมูลว่าความผิดที่นายปรีชาถูกกล่าวหา ว่าอยู่ในข่ายการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพครูหรือไม่ ถ้าอยู่ในข่ายประพฤติผิดจรรยาบรรณ ตาม พ.ร.บ.ครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ตนก็จะใช้อำนาจเลขาธิการคุรุสภาตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงทันที

“คุรุสภาไม่ดำเนินการตามกระแส แต่จะยึดหลักกฎหมายของคุรุสภา ซึ่งตามขั้นตอนปกติแล้ว ถ้าครูหรือบุคลากรทางการศึกษาได้รับการกล่าวหา กล่าวโทษว่า ทำผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ เลขาธิการคุรุสภา จะต้องรายงานต่อคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ (กมว.) แต่ขณะนี้ไม่มี กมว.จึงเป็นอำนาจของเลขาธิการ คุรุสภา ในการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง และรายงานต่อคณะกรรมการคุรุสภา ซึ่งถ้าทำผิดจรรยาบรรณจริงก็มีโทษ ตั้งแต่การตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่ในกรณีที่ถูกกล่าวหาอย่างนี้ ถ้าคดียังไม่สิ้นสุดเราก็จะต้องให้ความเป็นธรรม” นายสมศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่าคดีไม่ได้สิ้นสุดที่ตำรวจ คดีสิ้นสุดที่ศาลตัดสิน และต้องแยกแยะระหว่างจรรยาบรรณ กับเรื่องวินัย และคดีอาญาไม่เกี่ยวกัน แต่อาจเชื่อมความผิดตรงกันได้ ซึ่งกรณีนี้กรรมการสืบข้อเท็จจริงอาจจะสืบข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ หากหน่วยงานต้นสังกัดของครูปรีชา ตั้งกรรมการสอบวินัย คุรุสภาก็จะไปทำงานคู่กัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกัน

มันมาอีกแล้ว!! กรมอุตุฯ เตือนทั่วไทย ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง เตรียมรับมือให้ดี!!

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประจำวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 61บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลาง สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1- 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวังในระยะนี้ไว้ด้วย

ลมตะวันออกเฉียงใต้ยังคงพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้าปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนผ่านเข้ามาปกคลุมภาคเหนือและประเทศลาวตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลาง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังปานกลาง

ภาคเหนือ    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกบางแห่ง
ส่วนมากบริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ เพชรบูรณ์ พิษณุโลก พิจิตร
สุโขทัย กำแพงเพชร และตาก
อุณหภูมิต่ำสุด 15-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ
นครราชสีมา และบุรีรัมย์
อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกบางแห่ง
และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี สระบุรี และพระนครศรีอยุธยา
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)    มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และนราธิวาส
อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดชุมพรขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)    มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต
อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ถึงกับหน้าเสีย!! เมื่อ หนุ่ม กรรชัย ถามครูปรีชา ผัดซีอิ๊ว-โอเลี้ยงไหม คำตอบที่ได้ มันเจ็บจี๊ดๆ (คลิป)

จากกรณีคดีลอตเตอรี่จำนวน 30 ล้านบาท ที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ ซึ่งเป็นผู้นำสลากไปขึ้นเงินรางวัล และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี ซึ่งแจ้งความว่าลอตเตอรี่ชุดดังกล่าวเป็นของตนที่ทำหายไปจนมีการฟ้องร้องกันอยู่ในขณะนี้ ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าใครเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริงกันแน่ โดยสังคมออนไลน์ก็พยายามหาข้อพิสูจน์การตกหล่นของลอตเตอรี่ฉบับดังกล่าว

หวย 30 ล้าน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ได้มีการเชิญคุณกนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า (เพื่อนสนิทครูปรีชา) มาเปิดใจอีกครั้งในรายการ ถึงหลักฐานใหม่เป็นคลิปเสียงที่ภรรยาลุงจรูญโทรคุยกับเพื่อนบ้านว่าลอตเตอรี่ลุงจรูญเก็บได้

และมีบางช่วงบางตอน ที่ทางด้านของ หนุ่ม กรรชัย ผู้ดำเนินรายการได้วิดีโอคอลหาครูปรีชา สอบถามถึงความมั่นใจในความเป็นเจ้าของลอตเตอรี่  และเรื่องของคลิปเสียง ว่าเป็นเสียงครูปรีชาหรือไม่ ที่ทางด้านของครูปรีชาจนแล้วจนรอดก็ยังคงยืนกระต่ายขาเดียว ยืนยันด้วยความมั่นใจว่าล็อตเตอรี่ใบนั้นเป็นของตนเองอย่างแน่นอน และคลิปเสียงก็เป็นของตนเองเช่นกัน พร้อมกับสาธยายถึงที่มาที่ไปต่างๆนานา จนกระทั่งถึงช่วงท้ายรายการ ก่อนที่จะวางสายของครูปรีชา ซึ่งทางพิธีกรได้มีการถามถึงการเตรียมความพร้อมของครูปรีชาในวันชี้ชะตา พร้อมกับเล่นมุกอำกลางอากาศถึงว่าอยากทานอะไรไหม”ผัดซีอิ๊ว-โอเลี้ยงไหม” ที่จากคำถามทิ้งท้ายของพิธีกร ทำกลายเป็นช่วงพีคหนัก หลังการออกอากาศจึงไม่พ้นถูกชาวเน็ตพากันแชร์ส่งต่อช็อตช่วงคำถามดังกล่าว สะพัดในโลกสังคมออนไลน์อยู่ในขณะนี้

ชมคลิป

Posted by อธิภัทร แก้วกระจ่าง on Tuesday, February 27, 2018

ขอบคุณรายการ โหนกระแส / อธิภัทร นิวส์ไทยแลนด์

ด่วนล่าสุด!!! ตำรวจคุมตัว ครูปรีชา-เจ๊บ้าบิ่น เข้าคุกทั้งคู่ พร้อมส่งฝากขังแล้ว

จากกรณีหวยอลเวง 30 ล้าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ตำรวจกองปราบปรามได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย คือ 1.นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี กับ 2.นางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น ใน 3 ข้อหา ได้แก่ ความผิดตามมาตรา 172 ผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีพนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชาชนเสียหายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา173 ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท และมาตรา 174 กระทำการ เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้นผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 28 ก.พ. ตำรวจกองปราบควบคุมตัวครูปรีชา ใคร่ครวญ ผู้ต้องหาคดีหวย 30 ล้าน ขึ้นกระบะมาจากจ.กาญจนบุรี เดินทางมาถึงกองปราบ ก่อนนำตัวเข้าห้องสอบสวนทั้งที่พร้อมทนายความ โดยครูปรีชามีสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นพล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. ได้เข้ามาสอบปากคำครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นด้วยตัวเอง ซึ่งครูปรีชาพร้อมทนายความเตรียมใช้ตำแหน่งครูและหลักทรัพย์ที่เตรียมใช้ประกันตัว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะนำตัวครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นไปฝากขังศาลอาญาในวันที่ 2 มี.ค. เนื่องจากวันที่ 1 มี.ค.เป็นวันหยุดราชการ ทำให้คืนนี้และคืนวันที่ 1 มี.ค. ครูปรีชาและเจ๊ปรีชาต้องถูกควบคุมตัวอยู่ที่บก.ป. โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

 

 

 

เรื่องที่หลายคนยังไม่รู้!! ทนายตั้มนำลุงจรูญแถลงข่าว ปล่อยหมัดเด็ด ยอมทำเรื่องที่คนเป็นทนายไม่ควรทำ แต่ถ้าไม่ทำลุงจรูญจบไปนานแล้ว!!

วันนี้ล่าสุดศาลอาญาอนุมัติออกหมายจับนายปรีชา ใคร่ครวญ ครู และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ใน 3 ข้อหา คือ มาตรา172 ผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีพนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชาชนเสียหายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับ ไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ,มาตรา173

ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความแก่พนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกิน หกหมื่นบาทและ บาท และมาตรา174 กระทำการ เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้นผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

ล่าสุดนั้นเจ้าหน้าที่จากกองปราบปรามได้เข้าควบคุมตัวครูปรีชาและนำตัวครูปรีชาขึิ้นรถไป จุดหมายปลายทางนั้นคือ เข้าค้นบ้านพักกลางเมืองกาญจน์ หาหลักฐานคดีกุหวย 30 ล้าน

ล่าสุด พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. และคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ชุดคลี่คลายคดีหวย 30 ล้าน แถลงข่าว ณ ห้อง ศรียานนท์ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยแจ้งว่าติได้ออกหมายจับนายปรีชา ใคร่ครวญ ครู และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ใน 3 ข้อหา คือ มาตรา172 ผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีพนักงานสอบสวน หรือ เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชาชนเสียหาย โดยพล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา  ได้บอกประโยคเด็ดออกมา 1 ประโยคโดยมีใจความว่า “คดีนี้  มีแพ้ มีชนะ ไม่มีเสมอ มีแต่ติดคุก”!!! และก็ต้องตามกันต่อไปในชั้นศาลเพราะทางด้านครูปรีชาอาจจะสู้คดีต่อก็เป็นได้ ยังไงก็ต้องคิดตามกันต่อไป ซึ่งอะไรที่จะกระทบกำสำนวนคดีก็ต้องขอสงวนไว้!!!

ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีนี้ นายสมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวถึงกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ถูกออกหมายจับดำเนิน 3 ข้อหา ในคดีหวย 30 ล้าน ว่า ขณะนี้ถือว่านายปรีชายังไม่มีโทษ เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่เมื่อปรากฏเป็นข่าวและสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และอาจนำไปสู่ความเสื่อมเสียของวิชาชีพครู ดังนั้น ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ ตนจะหารือกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมาย เพื่อรวบรวมข้อมูลว่าความผิดที่นายปรีชาถูกกล่าวหา ว่าอยู่ในข่ายการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพครูหรือไม่ ถ้าอยู่ในข่ายประพฤติผิดจรรยาบรรณ ตาม พ.ร.บ.ครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2546 ตนก็จะใช้อำนาจเลขาธิการคุรุสภาตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงทันที

อีกฝั่งด้านด้านทนายตั้ม ที่กำลังแถลงข่าวกับลุงจรูญอยู่ในขณะนี้ ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งนั้น ทนายตั้มได้พูดว่า

“คดีนี้เป็นมิติใหม่ของการทำคดีในไทยเลย อาจจะมีคนบอกว่า การเอาจำเลย (ลุงจรูญ) ไปออกทีวีช่องนั้นช่องนี้ เป็นเรื่องไม่เหมาะสม เป็นเรื่องที่คนเป็นทนายไม่ควรทำ แต่ถ้าเราไม่ทำ ไม่ลงโซเชี่ยล ลุงแกก็จบไปตั้งแต่ตอนภาค7แล้ว”

ซึงประโยคคำพูดดังกล่าวกำลังเป็นที่พูดถึงและถูกแชร์ต่อไปอย่างมากมายในโลกโซเชียลในขณะนี้เลยทีเดียว

ขอบคุณ SpringNews / ข่าวสด

ดูไว้นะ! ใครที่ชอบดื่มน้ำตอนท้องว่าง มันจะส่งผลต่อร่างกายจนแทบไม่อยากเชื่อ!

การดื่มน้ำเมื่อท้องว่างผ่านกระเพาะอาหาร เพื่อรักษาสุขภาพที่ดีในประเทศญี่ปุ่นทุกวันนี้ เป็นที่นิยมดื่มน้ำทันทีหลังจากตื่นนอนตอนเช้า (ก่อนแปรฟัน) เพื่อการรักษาสุขภาพที่ดี มีการทดลองทางวิทยาศาสตร์ “พบว่าน้ำสามารถใช้ชะลอความแก่” และสามารถบำบัดรักษาโรคเหล่านี้ได้ผล100% (แบบค่อยเป็นค่อยไปต้องใช้ระยะเวลา) ปวดหัว ปวดตามตัว โรคระบบหัวใจ โรคไขข้ออักเสบ โรคหัวใจเต้นเร็ว โรคลมบ้า หมู โรคอ้วน โรคหลอดลมอักเสบ โรคหืด วัณโรค อาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ไขสันหลังอักเสบ โรคไตและยูริก โรคแสลง คลื่นไส้ต่างๆ โรคกระเพาะ โรคท้องร่วง โรคริดสีดวงทวาร โรคเบาหวาน โรคอาการท้องผูก โรคตา โรคภายในสตรี มะเร็ง รอบเดือนไม่ปกติ โรคคอ หู จมูก

วิธีการปฏิบัติ

1. ตื่นนอนตอนเช้า ก่อนแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำ 4 แก้ว (640 ซีซี)

2. หลังจากนั้นสามารถและล้างหน้าอาบน้ำได้ แต่ต้องไม่ดื่ม หรือรับประทานอะไร จนกว่า 45 นาทีผ่านไป จึงจะรับประทานได้ตามปกติ

3. หลังรับประทานอาหารเช้า กลางวัน เย็น ไปแล้ว 15 นาที ไม่ควรดื่มน้ำหรือรับประทานอะไร จนกว่า 2 ชั่วโมงผ่านไป

4. ผู้ป่วย หรือคนชรา ที่ไม่สามารถดื่มน้ำ 4 แก้ว ก็ให้ค่อยๆ ดื่ม ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อยๆ จนได้ครบ 4 แก้ว ข้อปฏิบัติ 4 ข้อดังกล่าว จะทำให้ท่านบำบัดรักษาโรคที่เป็นอยู่ค่อยๆเบาและหายขาดได้ในที่สุด ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ทั้งสิ้นเพียงแต่อาจปัสสาวะบ่อยขึ้นและหลังดื่มน้ำไปแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง จะปวดปัสสาวะ

จากสถิติข้อมูลโรคที่บำบัดรักษาทำให้หายได้ภายในเวลาดังนี้

1. โรคความดันโลหิตสูง 30 วัน

2. โรคกระเพาะ 10 วัน

3. โรคเบาหวาน 30 วัน

4. โรคท้องผูก 10 วัน

5. โรคมะเร็ง 180 วัน

6. โรควัณโรค 90 วัน

7. โรคไขข้ออักเสบจะเห็นผลภายใน 3 วัน

เห็นแบบนี้แล้ว ก็อย่าลืมดื่มน้ำกันเยอะๆนะ แล้วแบ่งปันประโยชน์นี้ให้เพื่อนๆที่รักสุขภาพได้อ่านกันด้วยค่ะ

10 ประโยชน์ของการดื่มน้ำตอนท้องว่างเหล่านี้ที่เราหยิบมาฝาก อยากได้ประโยชน์ที่มากขึ้นจากการดื่มน้ำ ต้องลองดื่มตอนท้องว่างดูนะ

1. ป้องกันอาการปวดศีรษะอาการปวดศีรษะบางครั้งก็มาจากการดื่มน้ำไม่เพียงพอ และถ้าไม่อยากจะมานั่งปวดศีรษะจนทำอะไรไม่ไหว ก็ต้องดื่มน้ำให้เยอะ ๆ ถ้าจะให้ดีควรจะดื่มน้ำตอนท้องว่างด้วยนะ เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ แล้วอาการปวดหัวก็จะไม่มากวนใจแน่นอน

2. กระตุ้นระบบเผาผลาญการดื่มน้ำในขณะที่ท้องว่าง จะช่วยให้เพิ่มการเผาผลาญในร่างกายได้ถึง 25% ทีนี้เมื่อเราทานอาหาร ร่างกายก็จะย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถ้าอยากให้ระบบเผาผลาญดีอย่างต่อเนื่องก็ควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 3 ลิตรนะคะ

3. ช่วยลดน้ำหนักสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก ขอแนะนำให้ดื่มน้ำสักแก้วก่อนที่จะรับประทานอาหาร เพราะจะช่วยให้อิ่มไวและช่วยลดความหิวลงได้ เพราะในขณะที่ท้องว่าง เมื่อดื่มน้ำลงไปแล้วน้ำก็จะไปเติมช่องว่างในกระเพาะทำให้เรารู้สึกอิ่มขึ้นมาทีละนิด แต่ก็แนะนำว่าอย่าดื่มน้ำเยอะเกินไปนะ ไม่อย่างนั้นแทนที่จะอิ่มอาจรู้สึกจุกแทน

4. ช่วยขจัดสารพิษในร่างกายการดื่มน้ำ เป็นการล้างพิษให้กับร่างกายของตัวเองอย่างง่ายที่สุด โดยแค่เพียงดื่มน้ำเปล่าในขณะที่ท้องว่าง บรรดาสารพิษต่าง ๆ ที่ตกค้างในร่างกายก็จะถูกชำระล้างและขับออกมาเป็นเหงื่อหรือปัสสาวะในที่สุด ไม่ต้องไปหาสูตรล้างพิษเพื่อสุขภาพให้เสียเวลาเลย

5. เพิ่มความอยากอาหารหลายคนไม่ยอมกินมื้อเช้า เพราะไม่รู้สึกหิว ซึ่งการไม่กินมื้อเช้าก็มีข้อเสียมากมาย แต่การดื่มน้ำช่วยได้ค่ะ เพราะการดื่มน้ำตอนท้องว่างจะเข้าไปกระตุ้นการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ร่างกายต้องการพลังงานมากขึ้น ส่งผลให้เราสามารถกินอาหารเช้าได้ตามปกติ แต่ไม่ต้องกลัวว่าจะกินมื้อเช้ามากจนเกินไปเพราะการดื่มน้ำก็จะช่วยให้อิ่มไวเหมือนกัน

6. ป้องกันท้องผูกหลายคนคงจะเคยได้ยินว่าการดื่มน้ำอย่างน้อย 1-2 แก้วขณะที่ท้องว่างในตอนเช้าจะช่วยกระตุ้นให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น นั่นเป็นเรื่องที่จริงสุด ๆ เลยล่ะค่ะ เพราะเมื่อเราดื่มน้ำในเวลาท้องว่าง ลำไส้ก็จะทำงานได้ดีขึ้น ป้องกันอาการท้องผูกที่เกิดจากการทำงานของลำไส้ที่ผิดปกติ

7. บรรเทาอาการโรคกระเพาะ และกรดไหลย้อนโรคกรดไหลย้อน และโรคกระเพาะอาหาร ก่อให้เกิดอาการแสบท้องและกลางอก ซึ่งการดื่มน้ำสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ เพราะน้ำจะช่วยเจือจางกรดในกระเพาะอาหารและช่วยชะล้างกรดเกินที่ไหลย้อนขึ้นมาที่บริเวณหลอดอาหารส่วนปลาย

8. บำรุงผิวพรรณ นอกจากช่วยชะล้างสารพิษในร่างกายแล้ว การดื่มน้ำยังช่วยกำจัดบรรดาสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผิวพรรณหมองคล้ำและเป็นต้นเหตุของริ้วรอยได้อีกด้วย และถ้ายิ่งดื่มน้ำในขณะที่ท้องว่างก็จะยิ่งเร่งให้อนุมูลอิสระเหล่านี้ถูกกำจัดออกไปได้เร็วขึ้น ถ้าอยากมีผิวสวยกระจ่างใส และดูอ่อนเยาว์กว่าวัยไม่ต้องเสียเงินซื้อครีมบำรุง แค่ดื่มน้ำให้เพียงพอรับรองว่าไม่ผิดหวัง

9. สร้างเสริมระบบภูมิคุ้มกัน เวลาที่ท้องว่างเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดในการดื่มน้ำ เพราะร่างกายของเราต้องได้รับน้ำอย่างเพียงพอจึงจะทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งระบบภูมิคุ้มกัน เมื่อระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุขภาพของเราก็จะแข็งแรง

10. ลดความอ่อนล้าระหว่างวันหากรู้สึกง่วงเหงาหาวนอน หรืออ่อนล้าจนไม่มีแรง ไม่ต้องหาเครื่องดื่มชูกำลังหรือกาแฟมาดื่ม หรือรับประทานอาหารเข้าไปเพิ่มพลัง แค่ดื่มน้ำเปล่าสัก 1-2 แก้ว ตอนที่ท้องว่าง ๆ ก็จะช่วยให้ร่างกายสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น เพราะการที่ร่างกายของเราอ่อนล้าส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะร่างกายมีสารพิษมากเกินไป และการดื่มน้ำก็จะช่วยชะล้างสารพิษในร่างกายออกไปได้เป็นอย่างดีเลย

ไม่ว่าจะดื่มน้ำเวลาไหนก็ล้วนแต่มีประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น เพราะน้ำเปล่าเป็นเครื่องดื่มที่ดีที่สุด ฉะนั้นก็อย่าลืมดื่มน้ำกันให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นั่นก็คือวันละ 6-8 แก้วนะคะ