เผยโพสต์ล่าสุดของ “อั้ม พัชราภา” หลังลีน่าจังด่าแรง

เผยโพสต์ล่าสุดของ “อั้ม พัชราภา” หลังลีน่าจังด่าแรง

 

 

 

 

สวัสดีจ้าวันนี้มดตะนอยจะพามาดูเรื่องราวล่าสุดของสาวอั้ม พัชราภาที่ได้ถูกลีน่าจังด่าด้วยคำพูดที่แฟนคลับฟังต้องปรี๊ดแตกสุดๆ โดยสาวหนิง ปณิตาและปุ๊กลุ๊กได้เข้าไปคอมเมนต์ตอบกลับลีน่าจัง ล่าสุด อั้ม พัชราภาได้โพสต์ใน IG บอกเลยว่าเห็นแล้วต้องยอมใจเธอจริงๆ เพราะเธอโพสต์เพียงแค่ว่า  “ไม่มีแฟนอยู่กับเพื่อนก็ได้ เนอะๆ ” พร้อมทั้งแท็กข้อความไปหาหนิงและปุ๊กลุ๊ก วันนี้ทีมงานอัพยิ้มได้นำภาพมาให้ได้ชมกันด้วย ลองไปชมกันเลยจ้า

ตอบกลับแบบนิ่มๆ

ลีน่าจังตอบกลับหนิง

สวยมาก

โดนเต็มๆ

หน้าเป๊ะ

หุ่นดีมาก

ใจละลาย

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับโพสต์ที่อั้มได้โพสต์ซึ่งคาดว่าเป็นการตอบกลับ ลีน่าจังหลังด่าอั้ม เห็นแล้วยอมใจเธอเลยโดนด่าขนาดนี้ยังใจเย็นได้ สมกับที่มีคนรักเยอะจริงๆ

ระวังไว้ตัวให้ดี! หมอดูเตือน “คนเกิด 4 เดือนนี้” กำลังมีเคราะห์ “ดวงถึงฆาต” รีบเข้าวัดทำบุญ ก่อนจะสายเกินแก้

วันนี้สยามวาไรตี้มีคำทำนายจากคุณ ปู โลกเบี้ยว หมอดูชื่อดังที่ได้ออกมาทำนายเกี่ยวกับคนที่เกิด 4 เดือนนี้ ให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตัวเราก็ได้ และ 4 เดือนนี้ก็คือ

คนเกิดเดือนธันวาคม เป็นปีที่อย่าประมาทกับเรื่องเพียงเล็กน้อย แล้วก็อย่าจู้จี้จุกจิกจนเกินไป เดี๋ยวจะไม่มีใครทำงานด้วย และต้องระวังคำพูด ไม่ว่าจะเป็นการประชดประชัน หรือพูดเล่น ๆ ก็ตามเหอะ เพราะคำพูดเหล่านั้นอาจย้อนกลับมาทำร้ายตัวคุณเองได้ เอาง่ายๆให้คิดก่อนพูด

คนเกิดเดือนพฤษภาคม

ปีนี้มักมีเรื่องชุลมุนวุ่นวาย เพราะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่าขี้เกียจ อย่าใจลอย อย่าวุ่นวายเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน อย่าเหลวไหล และอย่าประมาท และอย่าไปหลงเชื่อคำแนะนำที่ไม่หวังดีของใคร ต้องพิจารณาไตร่ตรองให้ดีซะก่อน เดี๋ยวซวย หลีกเลี่ยงและปฏิเสธเรื่องการลงทุน หรือคนที่เพิ่งรู้จัก เพราะอาจเดือดร้อนโดยไม่รู้ตัว

คนเกิดเดือนมีนาคม

สำหรับ ปีนี้ต้องขอเตือนว่า อย่าบ้าเลือดลุยเดี่ยว นอกจากจะเจอปัญหาหนักแล้วยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจะเป็นอีกด้วย ใช้สติให้มากๆ ระวังเรื่องพาหนะ อย่าประมาท!! เพราะอาจประสบอุบัติเหตุ ถึงขั้นเลือดตกยางออก!! ใครรู้ตัวว่าใจร้อน ไม่จำเป็นอย่าขับรถช่วงนี้

คนเกิดเดือนกุมภาพันธ์

ปีนี้ควรระวังอย่ากล้าหาญชาญชัยมากเกินไป จะเป็นภัยกับตัวเอง หรือกลายเป็นสร้างศัตรูโดยไม่ได้ตั้งใจ ปีนี้มีศัตรูคู่แข่งเยอะ ระวังความขัดแย้ง แบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว มีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลเสียเงินเสียทองโดยไม่จำเป็น สถานการณ์ไม่ค่อยน่าไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็เป็นเพียงคำทำนาย เราดูแล้ต้องคิดให้ดีก่อนว่า จะเชื่อดีหรือไม่ ต้องประกอบด้วยวิจารณญาณของเราก่อนที่จะเชื่อ ไม่ควรเชื่ออะไรง่ายๆ ไม่งั้นเราอาจจะลำบากในอีกหลายๆเรื่อง เพราะความไม่รอบคอบของเรา ทุกสิ่งทุกอย่างต้องไตร่ตองให้ดีก่อนเชื่อ

แบบนี้ก็ได้หรอ! จับฉลากงานกาชาดได้รางวัลใหญ่ รถกระบะ ผ่านไปแป๊ปเดียวแทบใจสลาย โพสต์ลงโซเชียลทันที! (มีคลิป)

แบบนี้ก็ได้หรอ! จับฉลากงานกาชาดได้รางวัลใหญ่ รถกระบะ ผ่านไปแป๊ปเดียวแทบใจสลาย โพสต์ลงโซเชียลทันที! (มีคลิป)

กำลังเป็นเรื่องราวที่โลกออนไลน์ให้ความสนใจ และพูดถึง สำหรับเรื่องราวของสมาชิกเว็บไซด์พันทิพคุณ MAMO02 หลังจับฉลากงานกาชาดได้รางวัลใหญ่เป็น รถกระบะ แต่เมื่อเตรียมตัวไปรับรางวัลและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสลาก กลับกลายเป็นว่าสลากที่ได้เป็นสลากปลอม ทางเจ้าตัวจึงรู้สึกเสียความรู้สึก และออกมาตั้งข้อสงสัยหลายประเด็น
“เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2561 เวลาประมาณ 18.30 น. เราได้ไปเที่ยวงานกาชาดที่หน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เดินไปสักพักก็เจอ นารากาชาด เลยร่วมสนุกจับสลากชิงโชค โดยไปซื้อคูปองที่ซุ้ม จำหน่ายใบละ 20 บาท ซื้อมา 200 บาทได้ 10 ใบ จากนั้นนำคูปองที่ซื้อไปจับสลาก โดยที่งานใช้วิธี ใช้ที่ตักปลาต่อกับไม้ยาวๆ แล้วนำไปตักแค็บซูล(มีลักษณะคล้ายกับหลอดยาดม) ในบ่อที่ทางงานจัดทำขึ้น
เรา แม่ และน้องสาวอีก 2คน ช่วยกันตักใส่กระจาดพลาสติก 2 ใบ ใบละ 5 แค็บซูล โดยเราขอยืนยันว่าไม่ได้จับหรือแตะต้องสลากเลยแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อตักครบแล้ว ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำบ่อ บอกว่าให้ไปในส่วนของแผนกรับของรางวัล เรากับน้องสาวก็ถือสลากไปที่แผนกรับของรางวัลโดยไม่ได้แตะต้องสลากเลย
พอไปถึง เจ้าหน้าที่เปิดสลากเป็นคนดำเนินการเปิดให้หมดและเป็นคนแจ้งเราว่าได้รางวัลอะไร สลากที่อยู่กับน้องสาวเปิดไปครบแล้ว 5 ใบ ได้เป็นรางวัลย่อยทั้งหมดได้เป็นกระจาดพลาสติก ส่วนของเราเปิดถึงใบที่ 3 เจ้าหน้าที่ท่าทางอึ้ง ตกใจ มองสลากแล้วมองเรา แล้วเจ้าหน้าที่ก็พากันกรี๊ดดีใจ แล้วแจ้งเราว่า “ดีใจด้วยค่ะ คุณได้รถกระบะ 1 คัน” เราก็ยังไม่เชื่อเลยถามเจ้าหน้าที่คนอื่นว่าได้จริงไหม เจ้าหน้าที่คนอื่นก็บอกว่าจริง เรายังไม่แน่ใจอีกกลับมาถามเจ้าหน้าที่คนเดิมคนที่เปิดสลากไม่ต่ำกว่า 3 รอบ “ผมได้รถกระบะจริงไหม คงไม่ใช่รถเด็กเล่นน่ะ ” ทางเจ้าหน้าก็ยืนยันว่าได้จริง แล้วบอกให้เราไปถ่ายรูป รับของรางวัล
ตอนนั้นเรายังอึ้ง หูอื้อ ได้ยินแต่เสียงแสดงความดีใจของเจ้าหน้าที่และคนรอบข้าง ส่วนเรามองหาแต่แม่เพื่อเรียกท่านมาเพื่อร่วมแสดงความยินดีและถ่ายรูปด้วย ในช่วงเวลานั้นมีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนหนึ่งได้หยิบเอาสลากที่ได้รางวัลไปด้านหลังไม่แน่ใจว่าเอาไปตรวจสอบหรือทำอะไร
สักพักมีเจ้าหน้าที่และช่างภาพประจำงานพาเรากับแม่ไปที่ด้านหลังที่เจ้าหน้าที่นั่งทำงาน เพื่อรอตรวจสอบและรับของรางวัล รอประมาณ 10 นาทีเจ้าหน้าที่คนที่เอาสลากไปเดินมาบอกเราว่าเป็นสลากปลอม แจ้งว่าสลากที่เราได้ 1.เป็นปากกาเขียน 2.ไม่มีตราประทับของกาชาด 3.ไม่มีลายเซ็นผู้ว่าราชการจังหวัด รถกระบะกับรถเก๋งต้องซื้อสลากราคา 50 บาท ส่วนใบละ 20 บาทรางวัลใหญ่สุดเป็นรถจักรยานต์ เรากับแม่นี่อึ้งเลย เสียความรู้สึกมาก แต่ก็ไม่ได้โวยวายอะไร แค่งงว่าฉลากปลอมมันลงไปในบ่อได้ยังไง เจ้าหน้าที่ดูแลมีตั้งหลายคน ทำไมปล่อยให้สลากปลอมลงไปได้
หลังจากได้อธิบายกับเราสักพัก เจ้าหน้าที่ก็ใช้วิธีให้เราไปจับสลากใหม่ แล้วในช่วงที่เราไปตักสลากใหม่มีพิธีกรชายพูดบนเวทีในทำนองว่าเราเป็นคนปลอมสลากเอง เพราะอยากได้รางวัลใหญ่ แต่ยังดีมีเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งแย่งไมค์มาแก้ตัวให้ว่าเราไม่ได้ปลอมแต่อาจเป็นคนอื่น แต่เราก็ยังไม่พอใจพิธีกรชายอยู่ดี ยืนทำใจอยู่สักพักก็เดินไปเปิดสลากและรับของรางวัล รางวัลใหม่ที่ได้เป็นกระจาดพลาสติกราคาไม่ถึง 20 บาท
**จากกรณีนี้เรามีข้อสงสัยดังนี้
1.สลากปลอมลงไปอยู่บ่อได้ยังไง ทั้งๆ ที่มีเจ้าหน้าที่ประจำบ่อตั้งหลายคน
2.การตรวจสอบสลากเจ้าหน้าที่เปิดสลากไม่รู้เลยเหรอว่าใบใหนจริงหรือปลอม ทำไมเราถามหลายครั้งหลายคน แล้วว่าได้รถกระบะจริงไหม? ก็ตอบคำพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “จริง”
3.(ข้อนี้ไม่ได้โทษเจ้าหน้าที่นะครับ แค่สงสัย) จะเป็นไปได้ไหม ที่เจ้าหน้าที่เอาใบจริงไปแล้วเขียนใบปลอมขึ้นมาแล้วมาแจ้งเราว่าเป็นใบปลอมเพื่อให้รางวัลยังอยู่
4.เราได้ถามผู้รู้บอกว่าถ้าเกิดกรณีนี้ขึ้นมาเจ้าหน้าที่ตรงนั้นไม่มีสิทธิ์ให้เราไปจับสลากใบใหม่ เพราะเป็นรางวัลใหญ่
5.เจ้าหน้าที่อธิบายว่ารถกระบะกับรถเก๋งต้องซื้อสลากราคา 50 บาท ส่วนใบละ 20 บาทรางวัลใหญ่สุดเป็นรถจักรยานต์ ก่อนหน้านี้เราไม่เห็นซุ้มขายใบละ 50 บาทเลย เห็นแต่ใบละ 20 บาท และเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้แนะนำอะไรด้วย
6.มีบางคนบอกว่าถ้าเป็นรางวัลใหญ่ เขาจะเอาสลากใส่ในวันสุดท้าย หรือไม่มีสลากนั้นจริงเลย แค่ตั้งโชว์เพื่อให้คนมาจับเยอะๆ ข้อนี้เราไม่รู้เหมือนกันว่าจริงไหม
7.มีพิธีกรชายพูดบนเวทีในทำนองว่าเราเป็นคนปลอมสลากเอง เพราะอยากได้รางวัลใหญ่ แต่ยังดีมีเจ้าหน้าที่หญิงคนหนึ่งแย่งไมค์มาแก้ตัวให้ว่าเราไม่ได้ปลอมแต่อาจเป็นคนอื่น แต่เราก็ยังไม่พอใจพิธีกรชายอยู่ดี
8.เราแม่และน้องสาว เสียความรู้สึก เสียเวลาที่ต้องมารอรับรางวัล(ปลอม) ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่แค่ให้เราไปจับสลากใบใหม่เรื่องก็จบ (แค่นั้นหรอ)
***กรณีนี้เราเข้าใจว่าอาจผิดพลาดขึ้นได้ ฝากบอกถึงเจ้าหน้าที่จัดงานควรวางแผน จัดการการให้ดีกว่านี้ เพราะคนที่มาร่วมสนุกไม่ใช่คนในจังหวัดแค่จังหวัดเดียว มีจังหวัดอื่นๆ มาร่วมสนุกด้วย ถ้ามีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นอาจทำให้เสียชื่อเสียงได้
(มีคลิปสั้นๆ เพราะน้องมัวแต่ดีใจเลยถ่ายได้แค่นี้ครับ )

ทั้งนี้ มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็น บ้างติดตามเรื่องนี้และแชร์ความคิดส่วนตัวที่เป็นไปได้

ช่วยคนดีกว่าสร้างเจดีย์ 7 ชั้น! พระโอ๋ ผู้แบกปูน ช่วยทำบ้านให้ยายตาบอด

หัวใจที่ไฝ่ธรรม กับจิตสำนึกแห่งความดี! พระโอ๋ ผู้แบกปูนขึ้นบันได 400 ขั้น หลวงพี่นักพัฒนา นำจิตอาสาช่วยซ่อมบ้าน ยายตาบอด!

หลายคนมองว่าเรื่องแบบนี้หาใช่กิจของสงฆ์ไม่ คนที่พูดก็หาใช่จะศึกษาธรรมวินัยหรือแก่นแท้ของศาสนาพุทธ ก่อนที่พระจะนำตัวท่านเองให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏ อีกกิจหนึ่งที่ต้องทำคือการชี้ทาง ให้คนเป็นคนดี นั่นคื่อแก่นของศาสนาทุกศาสนา พระพุทธองค์จึงตรัสว่า อย่าได้เห็นแก่ตัว วันนี้ทีมงานสยามนิวส์ จึงใคร่ขอเสนอ ความดีงามแห่งอริยะ ผู้ที่สดับรับฟังพระธรรมคำสั่งสอน แล้วนำมาปฏิบัติ ให้ถึงความดีงามภายใน เป็นผู้นำแห่งจิตวุญญาณปุถุชนผู้มีทุกข์ ให้บรรเทาเบาบางลง ทั้งทางร่างกาย และจิตใจ
เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 61 พระอภินันโท หรือ พระโอ๋ พระลูกวัดเขาตะแบก อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพระแบกปูนขึ้นบันไดกว่า 400 ขั้น เพื่อแบ่งเบา 2 ตายายในการก่อสร้างพระวิหาร

ล่าสุด พระโอ๋ ได้นำจิตอาสามาช่วยทำความสะอาด และซ่อมแซมพื้นบ้านให้กับคุณยายผึ้ง สุขดี อายุ 73 ปี ซึ่งพิการทางสายตาทั้งสองข้าง เนื่องจากเป็นต้อกระจก โดยอาศัยปลูกกระต๊อบอยู่ในที่ของผู้ใจบุญ
นายนิมิต บุญรุ่งพันธ์ ผู้ช่วยกำนันตำบลหนองขาม กล่าวว่า ยายผึ้ง เดิมที่อาศัยอยู่กับสามีคือ ตาด่วน เวสะมูลา อายุ 77 ปี ซึ่งตาได้เสียชีวิตไปเมื่อ 2 ปี โดยทั้งสองตายาย เป็นชาวจังหวัดสุรินทร์ ได้เดินทางมาทำมาหากินที่ศรีราชาเมื่อ 30-40 ปี

อย่างไรก็ตาม ตาและยายไม่มีลูก แต่มีญาติอยู่ที่สุรินทร์ เคยพาไปส่ง แต่ญาติก็นำกลับมาปล่อยไว้ที่เดิม ตนและแม่บ้าน คอยนำข้าวปลาอาหารมาให้กินอยู่เป็นประจำ และได้พาไปทำบัตรประชาชน พร้อมโอนมาอยู่ในทะเบียนบ้านของตนเองเพื่อให้ยายผึ้ง ได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เดือนละ 800 บาท
ทางทีมงานสยามนิวส์ขอ อนุโมทนา สาธุ กับหลวงพี่และทีมงานที่ได้เข้าไปช่วยคุณยายทุกๆคนด้วยนะครับ

เห็นแล้วตะลึง งูจงอางขนาดยักษ์เข้าบ้าน กู้ภัยชี้มาจับที่เดิมแล้ว 2 รอบ!!

เป็นภาพที่แชร์ในโลกออนไลน์ โดยสมาชิกเฟซบุ๊ก สีหมอก ฅ.คนส่งข่าว ซึ่งโพสต์ภาพงูจงอางขนาดใหญ่มาก พร้อมระบุว่า “เจองูยักบ้านหลังเดิมตัวที่ 2 รับแจ้งงูจงอางเข้าบ้านหลังเดิม ตัวที่สอง บ้านห้วยต่อ ม.2 ต.ไม้ฝาด อ.สิเกา จ.ตรัง จนท.ตร.สภ.สิเกา ร่วมกับ บรรเทาสิเกา ทำการจับแล้วนำไปปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติ”

เปลี่ยนสถานะแล้ว!! ‘เสก’โพสต์ภาพกอด‘กานต์’ พร้อมแคปชั่นแบบนี้

หลังดราม่าวุ่นวายในชีวิตไม่จบสิ้นส่งท้ายปี จนลามไปถึงตำรวจถูกย้ายระนาว ร็อกเกอร์ดัง ประกาศจะไม่โพสต์ลงโซเชี่ยล ในเฟซบุ๊ก ก็เลยมีแอดมินมาโพสต์แทน สลับกับ เสก โลโซ เป็นระยะ
ล่าสุด เฟซบุ๊ก เสก โพสต์ภาพเสกกับกานต์กอดกัน พร้อมแคปชั่นว่า “พี่กานต์กับพี่เสกเขาเปลี่ยนสถานะเป็นเพื่อนกันครับ”(แอดมิน) โดยมีคนเข้ามาแสดงความเห็นมากมาย

หนุ่มใหญ่จูงมือแม่หม้ายแต่งงาน เผยแอบรักตั้งแต่ ป.4 บุพเพสันนิวาสพาเจอ ใช้ควายสื่อรัก!

เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 6 ม.ค. ที่ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง นายธนิต สุภาแสน นายอำเภอแม่ทะ และนายนิมิตร ผดุงศิลป์ไพโรจน์ นายอำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง ร่วมกันเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายเจ้าบ่าว และเจ้าสาวในพิธีสู่ขอในงานมงคลสมรสระหว่าง น.ส.จันทร์บาล จอมคำ อายุ 55 ปี และนายสมเกียรติ ซ้อนเขียว อายุ 55 ปี ที่ได้ตัดสินใจจูงมือกันเข้าสู่ประตูวิวาห์ในครั้งนี้ โดยมี  นายนิมิตร ผดุงศิลป์ไพโรจน์ นายอำเภอแม่เมาะ เป็นเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าบ่าว และนายธนิต สุภาแสน นายอำเภอแม่ทะ ซึ่งเป็นเถ้าแก่ฝ่ายเจ้าสาว

นายสมเกียรติ เจ้าบ่าว ได้เล่าว่า ตนเองเคยแอบรักเจ้าสาวตั้งแต่ ป.4 แต่ไม่สมหวัง และต่างคนต่างโต และมีครอบครัวไป กระทั่งตัวเองเป็นหม้ายมาหลายปี และเชื่อว่าเป็นบุพเพสันนิวาสจึงได้มาพบเจอกันอีกครั้ง ซึ่งเมื่อปีก่อนได้ไปซื้อควายที่หมู่บ้านนี้ ก็มาพบเจ้าสาวอีกครั้ง และก็ทราบว่าเจ้าสาวก็เป็นหม้ายเช่นเดียวกัน

“ในครั้งนั้นด้วยความตื่นเต้น และดีใจที่เจอคนรักเก่าสมัยเด็ก จึงซื้อควายของเจ้าสาวมาในราคา 80,000 บาท ทั้งที่ราคาจริงแค่ 50,000 บาท ทำให้ขาดทุนหลายหมื่นบาท หลังจากนั้นตนเองก็ได้ติดต่อกันเรื่อยมา และตามจีบตามประสาผู้สูงวัยที่ไม่ได้รีบร้อนเหมือนวัยรุ่น กระทั่งตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตร่วมกัน จึงจัดพิธีมงคลขึ้นในครั้งนี้”

เห็นสาวสวยน้ำใจงาม ควัก 20,000 เหมาขนมคุณยายข้างถนน ก่อนโผล่หัวดูหน้าชัดๆ โอ้มายก็อด ที่แท้นางเอกดังระดับประเทศคนนี้เอง

เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2561 เฟซบุ๊ก เสี่ยวขนาดนี้เพิ่งเคยเจอ ได้เผยภาพสาวอั้ม กำลังนั่งคุยกับคุณยายขายขนมริมฟุตปาธ อย่างไม่ถือตัว ซึ่งมีการเปิดเผยว่า เจ้าตัวเหมาขนมคุณยาย และแผงลอตเตอรี่ไปทั้งหมด 20,000 บาท แม้เงินจำนวนนี้อาจจะไม่ได้มากมายที่อั้มจะหาได้ใน 1 วัน แต่มากมายพอที่จะช่วยเหลือคุณยายไปได้อีกหลายวัน น่าชื่นชมจริงๆ

ปรมมือให้เลยค่ะ


อั้ม พัชราภา

ภาพจาก เฟซบุ๊ก เสี่ยวขนาดนี้เพิ่งเคยเจอ, Instagram aum_patchrapa

ใบพลูอังไฟ ช่วยกำจัดเสมหะเด็กได้จริงหรือ

จากการที่มีการแชร์ข้อมูลมาจากคุณ Shikin Jaiz ถึงเรื่องของการใช้ใบพลูรักษาอาการไอ และขับเสมหะทารก โดยการใช้ใบพลูอังไฟ รอให้ร้อนไม่มาก ใส่ยาหม่อง แล้วค่อยวางบนหน้าอกลูก หลังจากนั้นไม่นาน ลูกน้อยก็จาม และมีน้ำมูกพร้อมเสมหะไหลออกมา และเห็นถึงความโล่งของลูกในการหายใจ จึงมีคำถามเข้ามามากว่า วิธีการดังกล่าว หรือการใช้ ใบพลูอังไฟ ช่วยกำจัดเสมหะเด็กได้จริงหรือ


วิธีกำจัดเสมหะเด็ก ตามที่มีการแชร์ต่อ ๆ กันมา มีดังนี้

เอาใบบลูอังไฟเทียนหรือเตา
ถ้าจะให้ดีควรใช้ใบ 2 ชิ้น ชิ้นหนึ่งวางไว้บนหน้าอก อีกชิ้นไว้ด้านหลังเด็ก
หลังจากเอาใบพลูอังไฟแล้ว ใช้ยาหม่อง หรือ Vicks มาทาที่หน้าอกเด็ก
เอาใบพลูตั้งไว้บนหน้าอก และด้านหลังเด็ก
ซึ่งวิธีกำจัดเสมหะด้วยการใช้ใบพลูอังไฟนั้น คุณแม่หลายท่านก็ว่าใช้แล้วได้ผล ในขณะที่คุณแม่บางท่าน ก็กังวลว่าวิธีดังกล่าว จะมีอันตรายต่อเด็ก

สรรพคุณของใบพลู
ก่อนอื่น เรามาดูสรรพคุณของใบพลูกันก่อนครับ โดยใบพลูนั้น ตามตำรับยาแผนไทยโบราณ เป็นยากระตุ้นน้ำลาย ขับเสมหะ ขับเหงื่อ แก้ปวดท้อง (ที่มีอาการเย็นบริเวณท้อง) ปวดท้องเพราะพยาธิ เป็นยาฆ่าเชื้อและแก้ลมพิษ น้ำมันจากใบ ทำให้ผิวหนังร้อนแดง แก้คัดจมูก ใช้ทำเป็นยาอมกลั้วคอแก้เจ็บคอได้ และหากนำใบพลูมาผ่านความร้อน ก็จะมีน้ำมันหอมระเหยออกมา ซึ่งจะช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และช่วยลดเสมหะได้

นอกจากนี้ จากข้อมูลเรื่องสมุนไพรสำหรับเด็ก เวปไซต์สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสรรพคุณของใบพลูไว้ว่า

“แม้ทุกวันนี้การกินหมากพลูจะไม่นิยมกันแล้วก็ตาม นำใบพลูมาสัก 4-5 ใบ เอามาอังไฟหรือลนกับเทียนก็ได้ ให้ใบพลูอ่อนและพออุ่นๆ ให้นำไปวางบนท้องเด็กซ้อนกันหลายชั้น พอใบพลูเย็นก็ให้เปลี่ยนใบพลูใบใหม่ไปอังไฟแล้ววางไว้ ทำซ้ำหลายครั้ง สัก 15-30 นาที

ใบพลู มีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยบรรเทาอาการท้องอืดเฟ้อได้เช่นกัน และการที่เอายาทาที่ท้อง (เว้นตรงสะดือ) หรือเอาใบพลูอุ่น ๆ ปิดไว้นั้น ตัวยาสามารถซึมผ่านผิวบางๆ ของเด็กได้”

ใบพลูอังไฟ ช่วยกำจัดเสมหะเด็กได้จริงหรือ
อย่างไรก็ตาม วิธีการนี้ เป็นวิธีแบบโบราณ ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากแพทย์แผนปัจจุบัน ว่าใช้แล้วได้ผล100% หรือไม่ และมีจะมีอาการข้างเคียงอย่างไร ถึงแม้ว่าวิธีการนี้จะเป็นวิธีแบบไทย ๆ ที่คุณแม่หลายรุ่นใช้กันมาแล้วได้ผล แต่โดยส่วนมากแล้ว ถ้าเด็กเล็กมากก็จะไม่แนะนำให้ใช้วิธีนี้ เพราะร่างกายของเด็กเล็กๆยังบอบบางอยู่

และด้วยเหตุผลที่ยังไม่มีการยืนยันทางการแพทย์แผนปัจจุบัน จึงทำให้คำตอบที่ว่า ใบบลูอังไฟ ช่วยกำจัดเสมหะเด็กได้ได้จริงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละท่าน และต้องใช้ความระมัดระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ เนื่องด้วยเด็กเล็ก ยังมีภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง และมีผิวที่บอบบาง คุณพ่อคุณแม่จึงต้องระวังถึงเรื่องอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผิวหนังของเด็กด้วยนะครับ

อันตรายที่ต้องระวัง
นอกจากเรื่องของผลข้างเคียง และอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผิวหนังของเด็กเล็กแล้ว การใช้ยาหม่อง หรือ Vicks มาทาที่หน้าอกเด็ก ก็เป็นเรื่องที่ต้องระวังเช่นกัน เพราะหากใช้กับเด็กเล็ก หรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ขวบ ก็อาจทำให้ไอระเหยจากยาหม่อง หรือ Vicks ไประคายเคืองทางเดินหายใจได้

โดยคุณหมอสังคม ได้อธิบายถึงเรื่อง ทำไมไม่ควรใช้ Vicks กับเด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบไว้ว่า ”เพราะสารที่มีอยู่ในวิคส์เวเปอร์ รับ ได้แก่ เมนทอล (menthol) และการบรู (camphor) โดยเฉพาะถ้าทาบริเวณรูจมูก หรือใต้รูจมูก สามารถเข้าไประคายเคืองเยื่อบุทางเดินหายใจ เกิดการอักเสบ บวมและผลิตน้ำเมือกออกมา จึงอาจทำให้เด็กเล็กอายุน้อยซึ่งมีช่องทางเดินหายใจ และหลอดลมเล็กกว่าผู้ใหญ่ หายใจลำบาก หายใจติดขัดรุนแรง ปอดบวม และอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้”

แม้ว่าบริษัทผู้ผลิต Procter & Gamble จะได้ระบุคำเตือนไว้ที่ฉลากว่า “ไม่ให้ใช้ในทารกและเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ แต่ก็ยังมีพ่อ แม่ ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่ยังใช้ในลูกอายุน้อยอยู่ หมอจึงเขียนเตือนว่า “วิคส์เวเปอร์ รับ (Vicks Vapor Rub) ไม่ควรใช้กับเด็กอายุน้อยกว่า 2 ขวบ”

และก่อนจะใช้ยาอะไรก็ตาม ควรอ่านข้อบ่งชี้และข้อห้ามในการใช้ ที่ฉลากข้างขวด หรือภาชนะ หรือ ในกล่อง และพิจารณาให้ดีก่อนใช้ครับ

คุณพ่อคุณแม่ท่านใดที่เคยลองใช้ใบพลูอังไฟ กำจัดเสมหะแล้วได้ผลหรือไม่อย่างไร อย่าลืมมาร่วมบอกเล่าประสบการณ์กับเราและคุณพ่อคุณแม่ท่านอื่น ๆ ได้ในช่องคอมเมนต์ด้านล่างนี้เลยนะครับ

ด่วนรับเยอะ!! มอเตอร์เวย์รับสมัครพนักงานเก็บค่าธรรมเนียม วุฒิม.3 เงินเดือนสูง มีที่พัก-รถรับส่งฟรี!!(รายละเอียด)

ด่วนรับเยอะ!! มอเตอร์เวย์รับสมัครพนักงานเก็บค่าธรรมเนียม วุฒิม.3 เงินเดือนสูง มีที่พัก-รถรับส่งฟรี!!(รายละเอียด)
ข่าวเด่น ข่าวดัง

รับเยอะ! สัมภาษณ์รู้ผลทันที! มอเตอร์เวย์รับสมัครพนักงานเก็บเงินค่าธรรมเนียม วุฒิไม่ต่ำกว่า ม.3 เงินเดือนสูง! มีที่พัก-รถรับส่งฟรี!! สรุปข่าวเด่นประเด็นร้อนในรอบสัปดาห์ กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง รับสมัครบุคคลเพื่อจัดจ้างเป็นลูกจ้างชั่วคราวเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ในตำแหน่งพนักงานเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทาง จำนวน 200 อัตรา เพื่อรองรับการเปิดให้บริการด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทาง บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 ช่วง ชลบุรี พัทยา ด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางบ้านบึง บางพระ หนองขาม โป่ง และ พัทยา โดยปฏิบัติหน้าที่จัดเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทาง ประจำด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทาง 5 แห่ง

คุณสมบัติของผู้สมัคร มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี และไม่เกิน 35 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่สมัคร และได้รับคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.3) ทั้งนี้อัตราค่าตอบแทนที่จะได้รับ รวมโดยประมาณ 14,000 บาท ประกอบด้วย ค่าจ้าง 8,690 บาท ค่าครองชีพชั่วคราว 2,000 บาท ค่าตอบแทนพิเศษจากการทำงานเป็นผลัด 150 บาทต่อผลัด(เฉลี่ยต่อเดือน 22 ผลัด เป็นเงินประมาณ 3,300 บาท) โดยการทำงานแบ่งเป็นวันละ 3 ผลัด คือ ผลัดที่ 1 เวลา 06.00 – 14.00 น. ผลัดที่ 2 เวลา 14.00 – 22.00 น. และผลัดที่ 3 เวลา 22.00 – 06.00 น. และมีวันหยุด 8 วันต่อเดือน พร้อมสวัสดิการที่พักอาศัยสำหรับพนักงาน ที่กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองจัดให้ และรถรับ – ส่งไปยังด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางที่ปฏิบัติงาน

สำหรับผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครด้วยตนเองในวันและเวลาราชการ ระหว่างเวลา 08.30 – 11.30 น. และ 13.00 – 16.30 น. ที่ งานสารบรรณ ฝ่ายบริหารทั่วไป กองทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง ถนนศรีอยุธยา โทรศัพท์ 0-2354-6537 และ งานธุรการ ฝ่ายบริหารจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียม อาคารฝ่ายบริหารการจัดเก็บเงินค่าธรรมเนียม ถนนหลวงแพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบังกรุงเทพฯ โทรศัพท์ 0-2360-7865 โดยจะทำการคัดเลือกด้วยวิธีสัมภาษณ์ โดยจะเรียกสัมภาษณ์ตามลำดับการสมัคร และทราบผลหลังการสัมภาษณ์เสร็จสิ้นลงเมื่อผ่านการสัมภาษณ์แล้ว สามารถเลือกปฏิบัติงานประจำด่านเก็บเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางที่มีอัตราว่างได้ทันที***ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 ช่วง ชลบุรี – พัทยา จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน 2560 เป็นต้นไป

ตำแหน่งที่รับสมัคร

ขอบคุณข้อมูลจาก : thaijobsgov